LAW 2010 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน จำนอง จำนำ 2/2548

Advertisement

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2548

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 2010 

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน จำนอง จำนำ

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

Advertisement

ข้อ  1  จำเลยทำสัญญากู้เงินจากธนาคาร  และจำเลยขอให้โจทย์ทำหนังสือมอบสิทธิการรับเงินฝากที่โจทก์ฝากไว้แก่ธนาคารเป็นหลักประกันการชำระหนี้ของจำเลย  โจทก์จึงทำหนังสือมอบสิทธิการรับฝากเงินดังกล่าวแก่ธนาคาร  โดยยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์มาชำระหนี้ได้  ถ้าจำเลยผิดนัดชำระหนี้  ปรากฏต่อมาว่าธนาคารได้หักเงินฝากของโจทก์  เป็นจำนวน  5,000,000  บาท  เพื่อชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยแทนจำเลย  โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยชดใช้หนี้จำนวน  5,000,000  บาท แก่โจทก์  อยากทราบว่าการกระทำของโจทก์  จำเลย  และธนาคาร  จัดเป็นสัญญาค้ำประกันตามมาตรา  680  หรือไม่  จงอธิบาย  และมีผลบังคับได้อย่างไรตามกฎหมาย

ธงคำตอบ

มาตรา  680  อันว่าค้ำประกันนั้น  คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง  เรียกว่าผู้ค้ำประกัน  ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่งเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น

อนึ่งสัญญาค้ำประกันนั้น  ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ  ท่านว่าจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่

วินิจฉัย

การที่โจทก์กับธนาคารและจำเลยตกลงกันนี้ถือเป็นความตกลงกันในทางการฝากเงินเพื่อเป็นประกันหนี้อันเป็นสัญญารูปแบบหนึ่ง  เมื่อโจทก์ชำระหนี้แก่ธนาคารแทนจำเลยตามที่จำเลยร้องขอ  โดยจำเลยรับจะชำระหนี้คืนโจทก์  และธนาคารผู้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยก็ยอมรับชำระหนี้แล้ว  จำเลยจึงต้องใช้เงินคืนโจทก์ตามข้อสัญญาที่โจทก์และจำเลยตกลงกันไว้  กรณีหาใช่เป็นสัญญาค้ำประกันตามมาตรา  680 ไม่  เพราะกรณีของสัญญาค้ำประกันจะต้องเป็นเรื่องที่บุคคลภายนอกผู้เป็นผู้ค้ำประกันจะรับผิดชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ในเมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้นั้น  โดยมิต้องคำนึงว่ามีสิทธิจะขอหักเงินจากเงินฝากเท่านั้น

สรุป  การกระทำของโจทก์  จำเลย  และธนาคารไม่ถือว่าเป็นสัญญาค้ำประกันตามมาตรา  680

Advertisement