LAW2002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหนี้ การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2551

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหนี้

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  4  ข้อ  ข้อละ  25  คะแนน

ข้อ  1  ก  และ  ข  เป็นเจ้าของรวมในโฉนดที่ดินแปลงหนึ่ง  ก  ทำสัญญาจะขายที่ดินส่วนของตนให้กับ  ค  แล้วเรียกบังคับให้  ข  ผู้เก็บรักษาส่งมอบโฉนดที่ดินให้ตนเพื่อไปทำนิติกรรมโอนที่ดินให้ผู้ซื้อต่อไป  ข  อ้างว่า  ตนได้นำโฉนดที่ดินไปประกันหนี้เงินกู้ของตนไว้ไม่อาจส่งมอบให้  ก  ได้  แต่การโอนที่ดินนั้น  วัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรม”  ก  สามารถร้องขอต่อศาล  ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ได้อยู่แล้ว  ตนไม่จำเป็นจะต้องส่งมอบโฉนดให้  ก  ข้ออ้างของ  ข  ฟังขึ้นหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  213  ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตนเจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้  เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้

เมื่อสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้  ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำการอันหนึ่งอันใด  เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับให้บุคคลภายนอกกระทำการอันนั้นโดยลูกหนี้เสียค่าใช้จ่ายให้ก็ได้แต่ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งไซร้  ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ก็ได้

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยมีว่า  ข  ต้องส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่  ก  หรือไม่  เห็นว่า  ก  และ  ข  เป็นเจ้าของรวมในโฉนดที่ดินแปลงหนึ่ง  แต่ละคนย่อมมีสิทธิใช้สอยที่ดินดังกล่าวได้  แต่ต้องไม่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่นๆและเจ้าของรวมคนหนึ่งๆ จะจำหน่ายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของตนก็ได้  (มาตรา  1361  วรรคแรก)  การที่  ข  นำโฉนดที่ดินไปให้บุคคลอื่นยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้  เป็นเหตุให้  ก  ไม่สามารถจดทะเบียนขายที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของ  ก  ให้กับ  ค  ตามสัญญาจะซื้อขาย  ย่อมขัดต่อสิทธิของ  ก  เช่นนี้  ข  ต้องส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่  ก  และหากโฉนดที่ดินอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่น  ข ย่อมต้องมีหน้าที่ดำเนินการนำโฉนดที่ดินคืนมาเพื่อส่งมอบแก่  ก  จนได้ตามมาตรา  213  วรรคแรก  กรณีมิใช่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้

ส่วนที่  ข  อ้างว่าในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนให้แก่  ค  นั้น  ก  สามารถขอให้ศาลสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของ  ข  ได้  โดย  ก  ไม่ต้องขอให้  ข  ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่  ก  นั้น  เห็นว่า  ตามบทบัญญัติมาตรา  213  วรรคสอง  การที่ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ได้ก็เฉพาะกรณีวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น  แต่กรณีนี้  ก  เรียกให้  ข  ส่งมอบโฉนดที่ดิน  วัตถุแห่งหนี้จึงเป็นการส่งมอบทรัพย์สินมิใช่เป็นการให้ทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่ศาลจะสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ได้

ดังนั้น  ข้ออ้างของ  ข  ที่ว่า  ตนไม่จำเป็นจะต้องส่งมอบโฉนดที่ดินให้กับ  ก  และ  ก  สามารถร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของ  ข  ได้นั้น  จึงฟังไม่ขึ้น  ข  ต้องส่งมอบโฉนดที่ดินให้กับ  ก  (ฎ. 4920/2547)

สรุป  ข้ออ้างของ  ข  ฟังไม่ขึ้น