LAW2001 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์ S/2560

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2001 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. นายเอกกู้ยืมเงินจากนายโท 500,000 บาท ตกลงชําระหนี้เงินกู้ภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 แต่เมื่อถึงกําหนดนัดชําระหนี้นายเอกไม่มีเงินจะไปคืนให้แก่นายโท จึงสอบถามไปยังนายโทว่า ตนจะขอนําเรือนแพติใช้หนี้ให้แก่นายโทแทนการชดใช้คืนด้วยเงินได้หรือไม่ นายโทเขียนจดหมายตอบรับตามที่นายเอกได้เสนอมา โดยทั้งคู่ตกลงกันว่าจะไปจดทะเบียนโอน ณ ที่ว่าการอําเภอ ภายใน 7 วัน แต่เมื่อครบกําหนด 7 วันแล้ว นายเอกกลับปฏิเสธที่จะไปจดทะเบียนโอนเรือนแพนั้น ให้แก่นายโทตามที่ได้ตกลงกันก่อนหน้านี้ ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายโทจะฟ้องบังคับให้นายเอกไปจดทะเบียนเพื่อให้เป็นทรัพยสิทธิโดยบริบูรณ์แก่ตนได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1299 วรรคหนึ่ง “ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ท่านว่าการได้มาโดยนิติกรรมซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่บริบูรณ์ เว้นแต่ นิติกรรมจะได้ทําเป็นหนังสือและได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่”

มาตรา 1302 “บทบัญญัติแห่งสามมาตราก่อนนี้ ให้ใช้บังคับถึงเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งแพและสัตว์พาหนะด้วยโดยอนุโลม”

วินิจฉัย

ตามมาตรา 1299 วรรคหนึ่ง ได้วางหลักไว้ว่า การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิ อันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางนิติกรรมนั้น ถ้าไม่ได้ทําเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ จะไม่บริบูรณ์เป็นทรัพยสิทธิ และไม่อาจใช้ยันต่อบุคคลทั่วไปหรือบุคคลภายนอกได้ แต่มีผลสมบูรณ์เป็นบุคคลสิทธิ ที่ใช้บังคับกันได้ระหว่างคู่กรณี และถ้าปรากฏว่าในระหว่างคู่กรณีได้มีข้อตกลงกันไว้โดยชัดแจ้งบังคับว่าจะไป จดทะเบียนกันในภายหลังโดยกําหนดวันไว้แน่นอนว่าวันใดจะไปจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนี้ ถ้าอีกฝ่าย ไม่ปฏิบัติตาม อีกฝ่ายหนึ่งย่อมสามารถฟ้องบังคับให้ไปจดทะเบียนการได้มาเพื่อให้เป็นทรัพยสิทธิโดยบริบูรณ์ได้

และตามมาตรา 1302 ได้บัญญัติให้นําบทบัญญัติมาตรา 1299 มาใช้บังคับกับการได้มาซึ่ง ทรัพย์ที่เป็นเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพและสัตว์พาหนะด้วยโดยอนุโลม

ตามอุทาหรณ์ การที่นายเอกกู้ยืมเงินจากนายโท 500,000 บาท แต่เมื่อถึงกําหนดนัดชําระหนี้ นายเอกไม่มีเงินจะไปคืนให้แก่นายโท จึงสอบถามไปยังนายโทว่าตนจะขอนําเรือนแพดีใช้หนี้ให้แก่นายโทแทน การชดใช้คืนด้วยเงินได้หรือไม่ ซึ่งนายโทได้เขียนจดหมายตอบรับตามที่นายเอกได้เสนอมา โดยทั้งคู่ได้ตกลงกันว่า จะไปจดทะเบียนโอน ณ ที่ว่าการอําเภอภายใน 7 วันนั้น การที่นายเอกตกลงที่จะโอนเรือนแพดีใช้หนี้ให้แก่ นายโทนั้น ถือเป็นการชําระหนี้อย่างอื่นตามมาตรา 321 ซึ่งกฎหมายไม่ได้กําหนดแบบไว้ ดังนั้น การได้มาซึ่ง เรือนแพของนายโทดังกล่าว ถือว่าเป็นการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยนิติกรรมตามนัยของมาตรา 1299 วรรคหนึ่งด้วย (ตามมาตรา 1302 ประกอบมาตรา 1299 วรรคหนึ่ง)

เมื่อการได้มาซึ่งเรือนแพของนายโทดังกล่าวไม่ได้ทําเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มาต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ การได้มาของนายโทจึงยังไม่บริบูรณ์เป็นทรัพยสิทธิ (ตามมาตรา 1302 ประกอบมาตรา 1299 วรรคหนึ่ง) แต่ก็มีผลสมบูรณ์ใช้บังคับกันได้ระหว่างนายเอกและนายโทในฐานะบุคคลสิทธิ และเมื่อข้อเท็จจริง ปรากฏว่า การที่นายเอกตกลงนําเรือนแพติใช้หนี้ให้แก่นายโทนั้น ทั้งสองได้มีข้อตกลงกันไว้โดยชัดแจ้งว่าจะไป จดทะเบียนโอนกันภายใน 7 วัน แต่เมื่อครบกําหนด 7 วัน นายเอกกลับปฏิเสธที่จะไปจดทะเบียนโอนเรือนแพ ให้แก่นายโท ดังนั้น นายโทจึงสามารถฟ้องบังคับให้นายเอกไปจดทะเบียนโอนเรือนแพเพื่อให้เป็นทรัพยสิทธิโดย บริบูรณ์แก่ตนได้

สรุป

นายโทสามารถฟ้องบังคับให้นายเอกไปจดทะเบียนโอนเรือนแพเพื่อให้เป็นทรัพยสิทธิ โดยบริบูรณ์แก่ตนได้

 

Advertisement