LAW2001 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์ 1/2560

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2001 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. นายหนึ่งใช้ทางผ่านที่ดินมีโฉนดของนายสองเพื่อเดินจากหมู่บ้านเข้าไปทําไร่สวนในที่ดินของตน จนได้มาซึ่งภาระจํายอมโดยอายุความ แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายหลังต่อมานายสองได้จดทะเบียนโอนที่ดินแปลงเดียวกันนี้ให้นายสามโดยเสน่หา ครั้นนายสาม เข้าอยู่ในที่ดินแล้วพบว่านายหนึ่งได้เดินผ่านที่ดินดังกล่าว นายสามจึงปิดกั้นทางเพื่อไม่ให้นายหนึ่ง ผ่านอีกต่อไป ดังนี้ ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายหนึ่งจะยกเอาการได้มาซึ่งภาระจํายอมในที่ดินอันยังมิได้ จดทะเบียนซึ่งได้มาก่อนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงเดียวกันของนายสามขึ้นต่อสู้นายสาม ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1299 วรรคสอง “ถ้ามีผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม สิทธิของผู้ได้มานั้น ถ้ายังมิได้จดทะเบียนไซร้ ท่านว่าจะมีการ เปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไม่ได้ และสิทธิอันยังมิได้จดทะเบียนนั้น มิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิ มาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์

การที่นายหนึ่งใช้ทางผ่านที่ดินมีโฉนดของนายสองเพื่อเดินจากหมู่บ้าน เข้าไปทําไร่สวนในที่ดินของตนจนได้มาซึ่งภาระจํายอมโดยอายุความนั้น ถือว่านายหนึ่งเป็นผู้ได้มาซึ่งทรัพยสิทธิ อันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมตามมาตรา 1299 วรรคสอง แต่ยังมิได้จดทะเบียน การได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และต่อมาภายหลังการที่นายสองได้จดทะเบียนโอนที่ดินแปลงเดียวกันนี้ให้นายสาม โดยเสน่หา และนายสามซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและเป็นผู้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าวได้ปิดกั้นทางเพื่อ ไม่ให้นายหนึ่งผ่านอีกต่อไป โดยอ้างว่าตนมีสิทธิดีกว่านายหนึ่งเพื่อลบล้างภาระจํายอมโดยอายุความของนายหนึ่งนั้น ย่อมไม่อาจทําได้ ทั้งนี้เพราะการที่จะอ้างว่าการได้มาซึ่งทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจาก นิติกรรม ถ้าผู้ได้มายังมิได้จดทะเบียน จะยกเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้มาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนโดยสุจริตแล้วไม่ได้ตามมาตรา 1299 วรรคสองไม่ได้นั้น จะต้องเป็นการได้มาซึ่งทรัพยสิทธิ ประเภทเดียวกัน แต่ข้อเท็จจริงตามอุทาหรณ์นั้น การได้มาซึ่งภาระจํายอมโดยอายุความเป็นทรัพยสิทธิประเภท รอนสิทธิ ส่วนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยการรับโอนเป็นทรัพยสิทธิประเภทได้สิทธิ จึงเป็นสิทธิคนละประเภทกัน นายสามจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 1299 วรรคสอง

ดังนั้น นายหนึ่งจึงสามารถยกเอาการได้มาซึ่ง ภาระจํายอมในที่ดินที่ยังมิได้จดทะเบียนซึ่งได้มาก่อนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงเดียวกันของนายสามขึ้นต่อสู้ นายสามได้ โดยนายสามย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าวโดยติดภาระจํายอมไปด้วย (คําพิพากษาฎีกาที่ 3984/2533 และ 3262/2548)

สรุป

นายหนึ่งจะยกเอาการได้มาซึ่งภาระจํายอมในที่ดินอันยังมิได้จดทะเบียนนั้นขึ้นต่อสู้ นายสามได้