LAW1003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมสัญญา ภาคฤดูร้อน/2551

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2551

 ข้อสอบกระบวนวิชา LAW1003 

 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (ข้อละ 25 คะแนน)

Advertisement

ข้อ 1.  

ก . การแสดงเจตนาซึ่งกระทำต่อผู้เยาว์หรือคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถมีผลในกฎหมายอย่างไร ให้อธิบายโดยสังเขป

ข . นายสุเทพซึ่งมีอายุ 18 ปี ทำสัญญาเช่าบ้านของนายสุธรรมซึ่งมีอายุ 45 ปี มีกำหนดเวลา 2 ปี ค่าเช่าเดือนละ 5, 000 บาท โดยนายสุทินบิดาของนายสุเทพได้รู้เห็นยินยอมด้วย หลังจากเช่าได้ 6 เดือนนายสุเทพไม่ชำระค่าเช่า นายสุธรรมได้บอกกล่าวตักเตือนให้นายสุเทพชำระค่าเช่า แต่นายสุเทพก็ยังไม่นำค่าเช่ามาชำระให้แก่นายสุธรรม นายสุธรรมจึงบอกเลิกสัญญาเช่าไปยังนายสุเทพ

หากปรากฏว่าในขณะที่นายสุธรรมบอกเลิกสัญญาเช่านั้น นายสุทินบิดาของนายสุเทพเดินทางไปต่างจังหวัดไม่รู้ถึงการที่นายสุธรรมบอกเลิกสัญญาเช่าดังกล่าว เช่นนี้ การบอกเลิกสัญญาเช่าบ้านที่นายสุธรรมกระทำต่อนายสุเทพมีผลในกฎหมายอย่างไรหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 170 การแสดงเจตนาซึ่งมีต่อผู้เยาว์ หรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้รับการแสดงเจตนาไม่ได้ เว้นแต่ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณีของผู้รับการแสดงเจตนานั้นได้รู้ด้วย หรือได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนแล้ว

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับ ถ้าการแสดงเจตนานั้นเกี่ยวกับการที่กฎหมายบัญญัติให้ผู้เยาว์หรือคนเสมือนไร้ความสามารถกระทำได้เองโดยลำพัง

ก . อธิบาย

 กรณีการแสดงเจตนาต่อผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

เป็นกรณีที่บุคคลภายนอกมาแสดงเจตนาต่อผู้บกพร่องในความสามารถ หาใช่เป็นเรื่องที่ผู้บกพร่องในความสามารถได้แสดงเจตนาต่อบุคคลภายนอกไม่ ผู้บกพร่องในความสามารถในที่นี้ได้แก่ ผู้เยาว์ซึ่งมีผู้แทนโดยชอบธรรมคุ้มครองดูแล คนไร้ความสามารถซึ่งมีผู้อนุบาลคุ้มครองดูแล และคนเสือนไร้ความสามารถซึ่งมีผู้พิทักษ์คุ้มครองดูแล

หลักทั่วไป   ผู้แสดงเจตนาจะยกเอาการแสดงเจตนานั้น ขึ้นเพื่อเป็นข้อต่อสู้ผู้รับการแสดงเจตนาซึ่งเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถนั้นไม่ได้

 ข้อยกเว้น   ผู้แสดงเจตนาสามารถยกเอาการแสดงเจตนาขึ้นมาต่อสู้กับผู้รับการแสดงเจตนาได้ถ้าเป็นกรณีต่อไปนี้

1.             ผู้คุ้มครองดูแลผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (ได้แก่ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์) แล้วแต่กรณี ได้รู้ถึงการแสดงเจตนานั้นด้วยหรือได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนแล้ว (มาตรา 170 วรรคแรก) หรือ

2.             การแสดงเจตนานั้น กฎหมายบัญญัติให้ผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถกระทำได้เองโดยลำพัง ตามมาตรา 170 วรรคสอง (สังเกตว่า กรณีนี้กฎหมายไม่ได้บัญญัติรวมถึงคนไร้ความสามารถ เพราะคนไร้ความสามารถไม่อาจทำนิติกรรมได้เองโดยลำพัง)

ข . วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ ประเด็นวินิจฉัยมีว่า การบอกเลิกสัญญาเช่าที่นายสุธรรมบอกล่าวไปยังนายสุเทพผู้เยาว์มีผลในทางกฎหมายหรือไม่อย่างไร  เห็นว่า ในขณะที่นายสุธรรมแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาเช่าบ้านไปยังนายสุเทพซึ่งเป็นผู้ เยาว์ โดยนายสุทินผู้แทนโดยชอบธรรมของนายสุเทพมิได้รู้ด้วยหรือให้ความยินยอมไว้ ก่อนแต่อย่างใด และเรื่องมิใช่กิจการที่กฎหมายบัญญัติให้ผู้เยาว์กระทำได้เองโดยลำพัง กรณีจึงต้องตามหลักทั่วไปของการแสดงเจตนาต่อผู้บกพร่องในความสามารถที่ผู้ แสดงเจตนาจะยกเอาการแสดงเจตนานั้นขึ้นมาต่อสู้กับผู้รับการแสดงเจตนาไม่ได้ ตามมาตรา 170 วรรคแรก

ดังนั้น การที่นายสุธรรมบอกเลิกสัญญาเช่าโดยบอกกล่าวไปยังนายสุเทพโดยผู้แทนชอบธรรมของนายสุเทพมิได้รู้ด้วยหรือให้ความยินยอมไว้ก่อน มีผลในทางกฎหมาย คือ นายสุธรรมจะยกเอาการบอกเลิกสัญญาเช่าบ้านขึ้นต่อสู้หรือเรียกร้องสิทธิใด ๆ จากนายสุเทพไม่ได้

สรุป  ผลทางกฎหมาย คือ นายสุธรรมจะยกเอาการบอกเลิกสัญญาเช่าบ้านขึ้นต่อสู้นายสุเทพผู้เยาว์ไม่ได้

Advertisement