LAW 2005 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยซื้อขาย การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2557

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2557

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2005 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยซื้อขาย ฯลฯ

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายเอกได้โทรศัพท์ไปสั่งซื้อวัวมีตั๋วรูปพรรณจากนายโทตัวหนึ่งตกลงราคาซื้อขายกัน 20,000 บาท
โดยนายเอกและนายโทต่างรู้ความมุ่งหมายของกันและกันว่า นายเอกจะซื้อวัวไปเพื่อทําลูกชิ้นเนื้อ ขายที่ร้านก๋วยเตี๋ยวของตน ในวันรุ่งขึ้น นายโทได้นําวัวมาส่งให้นายเอก นายเอกจึงได้รับปากนายโท ว่าจะชําระเงินจํานวน 20,000 บาท ให้ภายใน 7 วัน ครั้นเวลาได้ล่วงเลยไปกว่า 30 วัน นายโทก็ยัง ไม่ได้รับเงินจํานวนดังกล่าวจากนายเอกแต่อย่างใด

ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายโทจะฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกให้นายเอกชําระราคาวัวให้แก่ตนได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ
หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 453 “อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่ง ทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย”

มาตรา 456 “การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทําเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย

สัญญาจะขายหรือจะซื้อหรือคํามั่นในการซื้อขายทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้ามิได้ มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสําคัญ หรือได้วางประจําไว้ หรือได้ชําระหนี้ บางส่วนแล้ว จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ให้ใช้บังคับถึงสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกัน เป็นราคาสองหมื่นบาท หรือกว่านั้นขึ้นไปด้วย”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายเอกได้โทรศัพท์ไปสั่งซื้อวัวมีตั๋วรูปพรรณจากนายโทตัวหนึ่งตกลงราคา ซื้อขายกัน 20,000 บาทนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่านายเอกและนายโทต่างรู้ความมุ่งหมายของกันและกันว่านายเอก จะซื้อวัวไปเพื่อทําลูกชิ้นเนื้อขายที่ร้านก๋วยเตี๋ยวของตน ดังนี้ย่อมถือว่าสัญญาซื้อขายระหว่างนายเอกและนายโทนั้น เป็นการตกลงซื้อขายทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ธรรมดาทั่วไปมิใช่การซื้อขายสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ เพราะ มิใช่การซื้อขายวัวในลักษณะที่จะนําไปใช้แรงงานแต่อย่างใด ดังนั้นสัญญาซื้อขายวัวดังกล่าวระหว่างนายเอกและ นายโทจึงเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด และมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย เพราะการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ธรรมดานั้น ไม่ต้องทําเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด (มาตรา 453 ประกอบมาตรา 456 วรรคแรก)

การที่นายโทได้นําวัวมาส่งให้นายเอกและนายเอกตกลงว่าจะชําระเงินให้แก่นายโทภายใน 7 วัน แต่เมื่อเวลาได้ล่วงเลยไปกว่า 30 วัน นายเอกก็ยังไม่ชําระนั้น เมื่อสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ระหว่างนายเอกและ นายโทนั้น เป็นการตกลงซื้อขายกันเป็นราคา 20,000 บาท และการที่นายโทได้นําวัวมาส่งมอบให้แก่นายเอกนั้น ถือว่าเป็นการชําระหนี้บางส่วน เมื่อสัญญาซื้อขายดังกล่าวมีหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ ดังนั้น นายโท ย่อมสามารถฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกให้นายเอกชําระราคาวัวให้แก่ตนได้ (ตามมาตรา 456 วรรคสอง และวรรคสาม)

สรุป นายโทสามารถฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกให้นายเอกชําระราคาวัวให้แก่ตนได้