LAW 2005 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยซื้อขาย การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2559

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2559 ข้อสอบกระบวนวิชา

LAW 2005 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยซื้อขาย ฯลฯ

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. หนังสือสัญญาซื้อขายอูฐระหว่างนายเมฆและนายหมอกข้อหนึ่งระบุว่า “นายเมฆได้ตกลงซื้ออูฐจากนายหมอกในราคา 50,000 บาท โดยชําระเงินให้แก่นายหมอกในวันทําสัญญานี้เป็นจํานวนเงิน 10,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 40,000 บาท จะชําระให้ภายใน 30 วัน” ครั้นเมื่อถึงกําหนดวันดังกล่าว นายเมฆไม่สามารถนําเงินมาชําระให้แก่นายหมอกได้

Advertisement

ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายหมอกสามารถฟ้องร้องบังคับคดีเรียกให้นายเมฆนําเงินมาชําระได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ
หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 456 “การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทําเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย

สัญญาจะขายหรือจะซื้อหรือคํามั่นในการซื้อขายทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้ามิได้ มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสําคัญ หรือได้วางประจําไว้ หรือได้ชําระหนี้ บางส่วนแล้ว จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ให้ใช้บังคับถึงสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกัน เป็นราคาสองหมื่นบาท หรือกว่านั้นขึ้นไปด้วย”

วินิจฉัย

จากบทบัญญัติมาตรา 456 วรรคหนึ่ง จะเห็นได้ว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ ชนิดพิเศษ ได้แก่ เรือมีระวางตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไป แพ และสัตว์พาหนะ จะต้องทําเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นตกเป็นโมฆะ

แต่ถ้าเป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขายทรัพย์สินตามมาตรา 456 วรรคหนึ่ง หรือเป็นสัญญาซื้อขาย สังหาริมทรัพย์ทั่ว ๆ ไป ไม่ต้องทําเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด เพียงแต่ถ้าจะฟ้องร้องบังคับคดีกันเกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาตั้งแต่ 20,000 บาท ขึ้นไป จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสําคัญ หรือมีการวางประจํา (มัดจํา) ไว้ หรือได้มีการชําระหนี้กันบางส่วนแล้ว (มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม)

กรณีตามอุทาหรณ์ สัญญาซื้อขายอูฐระหว่างนายเมฆและนายหมอกเป็นสัญญาซื้อขาย ทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ธรรมดาทั่วไป มิใช่เป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ กล่าวคือ มิใช่เป็น การซื้อขายสัตว์พาหนะ ซึ่งได้แก่ ช้าง ม้า โค กระบือ ลา ล่อ แต่อย่างใด ดังนั้น สัญญาซื้อขายอูฐระหว่างนายเมฆ และนายหมอกจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับให้ต้องทําเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 456 วรรคหนึ่ง สัญญาซื้อขายอูฐดังกล่าวจึงมีผลสมบูรณ์

และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า หนังสือสัญญาซื้อขายอูฐระหว่างนายเมฆและนายหมอก มีข้อความระบุว่า “นายเมฆได้ตกลงซื้ออฐจากนายหมอกในราคา 50,000 บาท โดยชําระเงินให้แก่นายหมอกในวันทําสัญญานี้เป็นจํานวนเงิน 10,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 40,000 บาท จะชําระให้ภายใน 30 วัน” นั้น ย่อมถือว่า เป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาเป็นเงินเกินกว่า 20,000 บาท และมีหลักฐานในการฟ้องร้อง บังคับคดีกันได้ กล่าวคือ สัญญาซื้อขายดังกล่าวได้มีการทําเป็นหนังสือ และได้มีการชําระหนี้บางส่วนโดยนายเมฆ ผู้ซื้อได้ชําระเงินค่าอูฐให้นายหมอกแล้ว 10,000 บาท ดังนั้น เมื่อถึงกําหนดวันดังกล่าวนายเมฆไม่สามารถนําเงิน มาชําระให้แก่นายหมอกได้ นายหมอกย่อมสามารถฟ้องร้องบังคับคดีเรียกให้นายเมฆนําเงินมาชําระได้ (ตาม มาตรา 456 วรรคสอง ประกอบวรรคสาม)

สรุป นายหมอกสามารถฟ้องร้องบังคับคดีเรียกให้นายเมฆนําเงินมาชําระได้

Advertisement