LAW 2002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหนี้ การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2559

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหนี้

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้าน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. ธนาคารส่งสำเนาใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตไปถึงจำเลย ระบุกำหนดชำระหนี้โดยหักบัญชีตัดยอดภายในวันที่ 25 ของทุกเดือน และผู้ใช้บัตรจะต้องชำระภายในหนึ่งเดือน เมื่อจำเลย

ใช้บัตรเบิกเงินสดครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2559ให้ท่านตอบคำถามต่อไปนี้ โดยใช้หลักกฎหมายประกอบคำตอบให้ชัดเจนเกี่ยวกับมูลหนี้ วัตถุแห่งหนี้ กำหนดเวลาชำระหนี้ ผิดนัดและอายุความเริ่มนับ

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 193 วรรคสอง “ถ้ากำหนดระยะเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือนหรือปี มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วยกัน เว้นแต่จะเริ่มการในวันนั้นเองตั้งแต่เวลาที่ถือได้ว่าเป็นเวลาเริ่มต้นทำการงานกันตามประเพณี”

มาตรา 193/12 “อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ถ้าเป็นสิทธิเรียกร้องให้งดเว้นกระทำการอย่างใด ให้เริ่มนับแต่เวลาแรกที่ฝ่าฝืนกระทำการนั้น”

มาตรา 203 “ถ้าเวลาอันจะพึงชำระหนี้นั้นมิได้กำหนดลงไว้หรือจะอนุมานจากพฤติการณ์ทั้งปวงก็ไม่ได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน และฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน

ถ้าได้กำหนดเวลาไว้ แต่หากกรณีเป็นที่สงสัย ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระหนี้ก่อนถึงเวลานั้นหาได้ไม่ แต่ฝ่ายลูกหนี้จะชำระหนี้ก่อนกำหนดนั้นก็ได้”

มาตรา 204 “ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้วลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

ถ้าได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทิน และลูกหนี้มิได้ชำระหนี้ตามกำหนดไซร้ ท่านว่าลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดโดยมิพักต้องเตือนเลย วิธีเดียวกันนี้ท่านให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนการชำระหนี้ ซึ่งได้กำหนดเวลาลงไว้อาจคำนวณนับได้โดยปฏิทินนับแต่วันที่ได้บอกกล่าว”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

  1. การที่ธนาคาร (เจ้าหนี้) ส่งสำเนาใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตไปถึงจำเลย และให้จำเลยต้องชำระหนี้ภายในกำหนด 1 เดือนนั้น ถือว่าหนี้ระหว่างธนาคารและจำเลยเป็นหนี้ที่มีมูลหนี้เกิดขึ้นจากสัญญา และมีวัตถุแห่งหนี้คือ การส่งมอบทรัพย์สิน
  2. หนี้ระหว่างธนาคารและจำเลย (ผู้ใช้บัตรเครดิต) เป็นหนี้ที่มิได้กำหนดเวลาในการชำระหนี้ลงไว้ ดังนั้นหนี้ดังกล่าวจึงเป็นหนี้ที่ถึงกำหนดชำระแล้วโดยพลัน ซึ่งธนาคาร (เจ้าหนี้) ย่อมมีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้โดยพลัน และฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันเช่นกันตามมาตรา 203 วรรคหนึ่ง

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยได้ใช้บัตรเบิกเงินสดครั้งสุดท้ายในวันที่ 12 ธันวาคม 2559 ธนาคารตัดยอดบัญชีภายในวันที่ 25 ของทุกเดือน และผู้ใช้บัตรต้องชำระภายใน 1 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 25 มกราคม 2560 ดังนั้น วันครบกำหนดในการชำระหนี้ตามบัตรคือวันที่ 25 มกราคม 2560 (มาตรา 193 วรรคสอง) ถ้าจำเลยไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวย่อมถือว่า จำเลยตกเป็นผู้ผิดนัดเพราะเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนแก่ลูกหนี้แล้วตามมาตรา 204 วรรคหนึ่ง

  1. ถ้าจำเลยตกเป็นผู้ผิดนัด สิทธิเรียกร้องของธนาคารเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2560 และอายุความจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2560 เป็นต้นไป ตามมาตรา 193/12 ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่า

“อายุความให้เริ่มนับตั้งแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป…” (ซึ่งหนี้บัตรเครดิตนั้นจะมีอายุความ 2 ปี)

สรุป หนี้ดังกล่าวมีมูลหนี้เกิดจากสัญญา วัตถุแห่งหนี้คือการส่งมอบทรัพย์สิน กำหนดเวลาชำระหนี้คือวันที่ 25 มกราคม 2560 ถ้าจำเลยไม่ชำระภายในกำหนดจะถือว่าจำเลยผิดนัดและอายุความจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2560 เป็นต้นไป