LAW 2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2556

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด ฯลฯ

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. แดงฝากครรภ์กับแพทย์หญิงนุ่นซึ่งเป็นสูติแพทย์ ซึ่งได้ตรวจและยืนยันว่าแดงมีภูมิคุ้มกันจากหัดเยอรมันสามารถตั้งครรภ์ได้ เมื่อถึงวันใกล้คลอด แดงได้ไปนอนที่คลินิกของแพทย์หญิงนุ่น และนกซึ่งเมินวิสัญญีแพทย์ (หมอดมยา) ได้ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณสันหลังแก่แดง เพื่อลดความเจ็บปวดในการคลอดบุตร แล้วทิ้งแดงให้อยู่คนเดียวโดยปราศจากผู้ดูแลเพื่อไปวางยาสลบคนไข้รายอื่นต่อมาอีกครึ่งชั่วโมง แพทย์หญิงนุ่นได้เจาะถุงน้ำคร่ำแดง แล้วทิ้งแดงให้อยู่คนเดียวโดยปราศจากผู้ดูแลเช่นกัน ต่อมาอีกครึ่งชั่วโมง แดงเกิดอาการปวดหัวหายใจไม่ออก จนกระทั่งอยู่ในภาวะวิกฤติแต่ไม่มีการช่วยชีวิตตามวิชาการแพทย์อย่างทันท่วงที จนเป็นเหตุให้แดงถึงแก่ความตาย แต่สามารถช่วยให้บุตรในครรภ์คลอดออกมามีชีวิตรอดได้ ดังนี้ให้วินิจฉัยในกรณีต่อไปนี้

(ก) แพทย์หญิงนุ่นและวิสัญญีแพทย์นก ร่วมกันทำละเมิดอันจะต้องร่วมกับรับผิดในความเสียหายต่อชีวิตแดงหรือไม่ เพราะเหตุใด

(ข) บอสซึ่งเมินนายจ้างของแดง จะเรียกค่าสินไหมทดแทนจากแพทย์หญิงนุ่นและวิสัญญีแพทย์นกอันเนื่องมาจากความตายของแดงได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 420 “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”

มาตรา 432 “ถ้าบุคคลหลายคนก่อให้เกิดเสียหายแกบุคคลอื่นโดยร่วมกันทำละเมิด ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องร่วมกับรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น ความข้อนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่ไม่สามารถสืบรู้ตัวได้แน่ว่าในจำพวกที่ทำละเมิดร่วมกันนั้น คนไหนเป็นผู้ก่อให้เกิดเสียหายนั้นด้วย…”

มาตรา 445 “ในกรณีทำให้เขาถึงตาย หรือให้เสียหายแก่รางกาย หรืออนามัยก็ดี ในกรณีทำให้เขาเสียเสรีภาพก็ดี ถ้าผู้ต้องเสียหายมีความผูกพันตามกฎหมายจะต้องทำการงานให้เป็นคุณแก่บุคคลภายนอกในครัวเรือนหรืออุตสาหกรรมของบุคคลภายนอกนั้นไซร้ ท่านว่าบุคคลผู้จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อที่เขาต้องขาดแรงงานอันนั้นไปด้วย”

วินิจฉัย

(ก) กรณีตามอุทาหรณ์ การที่แพทย์หญิงนุ่นและวิสัญญีแพทย์นกได้ทิ้งแดงให้อยู่คนเดียวโดยปราศจากผู้ดูแล ทำให้เมื่อแดงเกิดอาการปวดหัวหายใจไม่ออก จนกระทั่งอยู่ในภาวะวิกฤติ แต่ไม่มีการช่วยชีวิตตามวิชาการแพทย์อย่างทันท่วงที จนเป็นเหตุให้แดงถึงแก่ความตายนั้น การกระทำของแพทย์หญิงนุ่นและวิสัญญีแพทย์นกเป็นละเมิดตามมาตรา 420 เพราะเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ซึงทำให้เขาเสียหายแก่ชีวิตและการกระทำของทั้งสองสัมพันธ์กับผลของการกระทำ คือความตายของแดง ทั้งสองจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยต่อมา คือ แพทย์หญิงนุ่นและวิสัญญีแพทย์นกได้ชื่อว่าเป็นผู้ร่วมกันทำละเมิดอันจะต้องร่วมกันรับผิดในความเสียหายต่อชีวิตแดงหรือไม่ กรณีนี้เห็นว่า การที่จะถือว่าเป็นการร่วมกันทำละเมิดตามบทบัญญัติมาตรา 432 นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ผู้ร่วมกระทำได้ร่วมมือร่วมใจกันกระทำมาตั้งแต่ต้น

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า การที่แดงได้ถึงแก่ความตายนั้นเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของแพทย์หญิงนุ่นและวิสัญญีแพทย์นก ซึ่งทั้งสองไม่มีเจตนาร่วมกันในการกระทำหรือได้ร่วมมือร่วมใจกันในการกระทำอันจะเป็นการร่วมกันกระทำละเมิดตามมาตรา 432 ดังนั้น แพทย์หญิงนุ่นและวิสัญญีแพทย์นกจึงมิความผิดฐานต่างคนต่างกระทำละเมิดต่อแดงโดยประมาทเลินเล่อตามมาตรา 420

(ข) โดยหลักแล้วบอสซึ่งเป็นนายจ้างของแดง สามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนจากแพทย์หญิงนุ่นและวิสัญญีแพทย์นกอันเนื่องมาจากความตายของแดงในค่าความเสียหายจากการขาดแรงงานในอุตสาหกรรมได้ตามมาตรา 445 แต่เนื่องจากเมื่อแดงซึ่งเป็นลูกจ้างได้ถูกทำละเมิดแล้วตายทันที สัญญาจ้างระหว่างแดงกับบอสจึงสิ้นสุดลง บอสจึงไม่อยู่ในฐานะขาดแรงงาน จึงไม่อาจเรียกร้องค่าขาดแรงงานตามมาตรา 445

สรุป

(ก) แพทย์หญิงนุ่นและวิสัญญีแพทย์นกไม่ได้ร่วมกันทำละเมิดอันจะต้องร่วมกันรับผิดในความเสียหายต่อชีวิตแดง

(ข) บอสซึ่งเป็นนายจ้างของแดง จะเรียกค่าสินไหมทดแทนจากแพทย์หญิงนุ่นและวิสัญญีแพทย์นกอันเนื่องมาจากความตายของแดงไม่ได้