HIS1001 อารยธรรมตะวันตก การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2556

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา HIS1001 อารยธรรมตะวันตก

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 120 ข้อ)

1.         หลักฐานที่สำคัญที่สุดในการศึกษาประวัติศาสตร์คือ

Advertisement

(1)       ซากสิ่งมีชีวิต   

(2) ลายลักษณ์อักษร

(3) เครื่องมือเครื่องใช้ 

(4) งานศิลปะ

ตอบ 2 หน้า 2112 (H), (คำบรรยาย) เรื่องราวที่ได้จารึกไว้เป็นหลักฐาน (Written Records) คือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีการจารึกเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญที่สุดในการศึกษาเรื่องราวของมนุษย์สมัยประวัติศาสตร์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.         หลักฐานดั้งเดิมหรือหลักฐานชั้นต้น (Primary Records) เช่น หลักศิลาจารึก สนธิสัญญา จดหมาย เอกสารทางการทูต แถลงการณ์ของรัฐบาล ฯลฯ

2.         หลักฐานรอง (Secondary Records) คือ หนังสือที่เรียบเรียงมาจากหลักฐานดั้งเดิม

2.         นักเล่นพระเครื่องใช้วิธีการตรวจสอบความเที่ยงแท้ของหลักฐานโดย

(1)External Criticism

(2) Internal Criticism

(3) Primary Records 

(4) Secondary Records

ตอบ 1 หน้า 2112 (H), (คำบรรยาย) วิธีการตรวจสอบความเที่ยงแท้ของหลักฐานมี 2 วิธี คือ

1.         การวิจารณ์ภายนอก (External Criticism) คือ การตรวจสอบความเที่ยงแท้ของหลักฐาน ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม เช่น การตรวจดูพระเครื่อง การตรวจดูอัญมณี เป็นต้น

2.         การวิจารณ์ภายใน (Internal Criticism) คือ การเรียบเรียงหรือการตีความเอกสารที่เป็น ลายลักษณ์อักษร เช่น การตรวจสอบศิลาจารึก การตีความบันทึกทางการเมือง เป็นต้น

3.         ข้อใดไม่จัดอยู่ในความหมายของคำว่าวัฒนธรรม

(1)การเคี้ยวเสียงดัง   

(2) การกินด้วยมือ

(3) การกินด้วยช้อนส้อม         

(4) การกินด้วยตะเกียบ

ตอบ 1 หน้า 21 – 2212 (H), (คำบรรยาย) วัฒนธรรม หมายกึง ความดีงามหรือความเจริญก้าวหน้า ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ซึ่งการที่มนุษย์มาอยู่รวมกันเป็นสังคมจนก่อให้เกิดความรู้ ความเชื่อ ภาษา ศิลปกรรม ศิลปะ กฎหมาย ขนบธรรมเนียม มารยาททางสังคม ความสามารถอื่น ๆ ตลอดจนความเคยชินต่าง ๆ แบบเดียวกัน ถือว่ามนุษย์มีวัฒนธรรมเดียวกัน ซึ่งเราสามารถดูความแตกต่างของแต่ละวัฒนธรรมได้จากงานศิลปะ ภาษา และพฤติกรรม

4.         ทฤษฎีการเอาชนะของทอยน์บีทางอารยธรรมเกี่ยวข้องกับข้อใด

(1)การสร้างระบบการชลประทาน      

(2) การเปลี่ยนสภาพคนป่าเถื่อนให้เป็นอารยชน

(3) การรับสิ่งที่เจริญกว่ามาปรับปรุงใช้          

(4) การทำลายหน้าดินจนก่อให้เกิดนํ้าท่วม

ตอบ 1 หน้า 2713 (H) ทฤษฎีเพื่อเอานะของอาร์โนลด์ เจ. ทอยน์บี เป็นทฤษฎีที่เชื่อในความพยายาม ของมนุษย์ที่จะเอาขนะธรรมชาติ เช่น อียิปต์ใช้ประโยชน์จากนํ้าท่วมแม่นํ้าไนล์ด้วยการสร้าง ระบบการชลประทาน หรือการปรับปรุงเขตทะเลทรายให้ใช้ประโยขน์ในการเกษตรกรรมได้ เป็นต้น

5.         ข้อใดไม่จัดอยูในแหล่งกำเนิดอารยธรรมในยุคโบราณ

(1)อียิปต์        

(2) เมโสโปเตเมีย       

(3) จีน 

(4) ออสเตรเลีย

ตอบ4 หน้า 2813 (H) อารยธรรมเริ่มแรกของโลกหรืออารยธรรมในยุคโบราณมักถือกำเนิดขึ้น ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่นํ้า ได้แก่ อารยธรรมอียิปต์โบราณในที่ราบลุ่มแม่นํ้าไนล์ อารยธรรมเมโสโปเตเมียในที่ราบลุ่มแม่นํ้าไทกริส-ยูเฟรติส อารยธรรมจีนในที่ราบลุ่มแม่นํ้าฮวงโหหรือ แม่น้ำเหลือง และอารยธรรมอินเดียในที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุ

6.         แม่แบบของอารยธรรมตะวันตกคือ

(1) กรีก           

(2) โรมัน         

(3) อียิปต์       

(4) ถูกข้อ 1 และ 2

ตอบ 4 หน้า 3114 (H), 17 (H) ขอบเขตของอารยธรรมในยุคโบราณ แบงออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

1.         อารยธรรมตะวันออก มีแม่แบบคือ อารยธรรมจีน-อินเดีย

2.         อารยธรรมตะวันตก มีแม่แบบคือ อารยธรรมกรีก-โรมัน

3.         อารยธรรมโลก มีแม่แบบคือ อารยธรรมอียิปต์-เมโสโปเตเมีย

7.         โลหะที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายอำนาจของมนุษย์คือ

(1) ทองแดง    

(2) เหล็ก         

(3) ทองบรอนซ์           

(4) ดีบุก

ตอบ2 หน้า 33 – 3414 (H) การเรียนรู้การใช้โลหะของมนุษย์ในอารยธรรมสมัยแรกจะเริ่มจาก การใช้ทองแดง ต่อมาก็ได้มีการนำทองแดงมาผสมกับดีบุกกลายเป็นทองบรอนซ์ จนกระทั่ง พัฒนามาเป็นการหลอมเหล็กขึ้นใช้ ซึ่งเหล็กได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลิตอาวุธเพื่อใช้ ในการขยายอำนาจของมนุษย์ในเวลาต่อมา

8.         ความสำคัญของประวัติศาสตร์ในยุคโบราณคือ

(1)       เริ่มต้นและสิ้นสุดลงเมื่อประมาณ 5000 B.C. – A.D. 500

(2)       เป็นเรื่องราวของอียิปต์ เมโสโปเตเมีย กรีก และโรมัน

(3)       เป็นจุดกำเนิดของอารยธรรมที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน        

(4) ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 หน้า 1711 (H) ประวัติศาสตร์ในยุคโบราณ จะอยู่ในช่วงระยะเวลาประมาณ 5000 B.C. – A.D. 500 ซึ่งเป็นสมัยที่มนุษย์มีการตั้งบ้านเรือนเป็นหลักแหล่งแบบสังคมเมือง มีตัวอักษรใช้ รวมทั้งมีศาสนาและวัฒนธรรมดีกว่ายุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยอารยธรรม ความเจริญในยุคโบราณ ได้แก่ อารยธรรมอียิปต์ เมโสโปเตเมีย จีน อินเดีย กรีก และโรมัน ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของอารยธรรมที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน ยุคนี้สิ้นสุดลงเมื่ออาณาจักรโรมัน ถูกพวกอนารยชนเยอรมันเข้ายึดครองในปี ค.ค. 476

9.         แม้ว่าอากาคร้อนและแห้งแล้งแต่ชาวอียิปต์ยังสามารถเพาะปลูกได้ผลดี เพราะ

(1)       ชาวอียิปต์เก่งการทำชลประทาน        

(2) ความอุดมสมบูรณ์ตามบริเวณริมฝั่งแม่น้ำไนล์

(3) อียิปต์มีทะเลทรายล้อมรอบ          

(4) ถูกข้อ 1 และ 2

ตอบ 4 หน้า 465917 (H), 21 (H) ถึงแม้ว่าสภาพที่ตั้งของอียิปต์จะเป็นบริเวณที่มีอากาศร้อนและ แห้งแล้ง มีภูมิประเทศแวดล้อมไปด้วยทะเลทราย และมีฝนตกเฉพาะบริเวณเดลต้า แต่อียิปต์ ได้รับความชุ่มชื้นจากแม่นํ้าไนล์ รวมทั้งมีการพัฒนาระบบการชลประทานที่ดี จึงทำให้อียิปต์ กลายเป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม ซึ่งส่งผลให้มีผลผลิต ทางการเกษตรจำนวนมาก และสามารถส่งเป็นสินค้าออกไปขายยังดินแดนต่าง ๆ ได้อีกด้วย

10.       ไพรเมท (Primate) มีความสำคัญคือ

(1) ทฤษฎีกำเนิดโลกของอิมมานูเอล คานท์   

(2) บรรพบุรุษของมนุษย์

(3) การเคลื่อนไหวของธารนํ้าแข็ง       

(4) เป็นยุคย่อย 1 ใน 4 ยุคของยุคนํ้าแข็ง

ตอบ 2 หน้า 1 – 28 (H) นักประวัติศาสตร์ได้สันนิษฐานว่าแหล่งกำเนิดของมนุษย์น่าจะอยู่ใน ทวีปเอเชียและแอฟริกา รวมทั้งบริเวณตอนกลางของทวีปเอเชียที่อยู่ติดกับยุโรป คือ บริเวณยูเรเชีย (Eurasia) โดยบริเวณดังกล่าวนี้จะมีภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการพัฒนา ของไพรเมท (Primate) ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ ต่อมาบรรดาไพรเมทเหล่านี้ก็ได้ กระจัดกระจายออกไปตั้งถิ่นฐานในที่ต่าง ๆ ทั้งในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกา

Advertisement