LAW3002 (LA 302),(LW 310) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2554

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2554

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3002 (LA 302),(LW 310) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1  นายไก่  นายเป็ด  และนายห่าน  สามพี่น้องได้ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำธุรกิจร่วมกัน  ในกิจการรับถมดินโดยมีข้อตกลงกันว่า  ถ้าดำเนินธุรกิจไปแล้วมีกำไรก็จะแบ่งปันผลกำไรระหว่างกัน  แต่ไม่พบว่าทั้งสามพี่น้องได้นำกิจการของตนไปทำการจดทะเบียนแต่อย่างใด  ต่อมานายเป็ดเพียงผู้เดียวได้ไปตกลงทำสัญญาซื้อรถแบคโฮจากบริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ราคา  2  ล้านบาท  เพื่อใช้ในกิจการถมดิน  ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า

1       นายไก่และนายห่านจะต้องร่วมกันรับผิดกับนายเป็ด  ในการชำระหนี้ค่ารถแบคโฮราคา  2  ล้านบาทให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  หรือไม่  อย่างไร

2       ถ้าปรากฏข้อเท็จจริงว่า  นายเป็ดได้ทำการชำระราคาค่ารถแบคโฮให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ไปแล้ว  แต่บริษัทฯยังไม่ยอมส่งมอบรถแบคโฮให้  นายไก่และนายห่านจะมีสิทธิฟ้องเรียกให้บริษัทฯส่งมอบรถแบคโฮได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1012  อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น  คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน  ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น

มาตรา  1025  อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น  คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกัน  เพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด

มาตรา  1049  ผู้เป็นหุ้นส่วนจะถือเอาสิทธิใดๆแก่บุคคลภายนอกในกิจการค้าขายซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนนั้นหาได้ไม่

มาตรา  1050  การใดๆอันผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น  ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้นๆด้วย  และจะต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้  อันได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะจัดการไปเช่นนั้น

วินิจฉัย

ตามอุทาหรณ์  การที่นายไก่  นายเป็ด  และนายห่าน  ได้ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำธุรกิจร่วมกัน  ในกิจการรับถมดิน  โดยมีข้อตกลงกันว่าถ้ามีกำไรก็จะแบ่งผลกำไรจากกิจการนั้น  ถือได้ว่าทั้งสามคนได้ทำสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตามมาตรา  1012  แล้ว  และเมื่อทั้งสามคนมิได้นำห้างหุ้นส่วนนั้นไปจดทะเบียน  จึงถือว่าห้างหุ้นส่วนนั้นเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียน  ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดเพื่อหนี้ของหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวนตามมาตรา  1025

และเมื่อต่อมานายเป็ดเพียงผู้เดียวได้ไปตกลงทำสัญญาซื้อรถแบคโฮจากบริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ราคา  2  ล้านบาท  เพื่อใช้ในกิจการถมดิน  ดังนี้

1       การดำเนินการของนายเป็ด  ถือว่า  เป็นการจัดทำไปในฐานะผู้เป็นหุ้นส่วนและได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น  ดังนั้น  นายไก่และนายห่านย่อมต้องมีความผูกพันในการนั้นด้วย  คือ  จะต้องร่วมกันรับผิดกับนายเป็ดโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้ค่ารถแบคโฮจำนวน  2  ล้านบาทให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ตามมาตรา  1050  (เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่  2624/2551)

2       ถ้านายเป็ดได้ทำการชำระราคาค่ารถแบคโฮให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ไปแล้ว  แต่บริษัทฯ  ยังไม่ยอมส่งมอบรถแบคโฮให้  ดังนี้เฉพาะนายเป็ดเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะมีสิทธิฟ้องเรียกให้บริษัทฯส่งมอบรถแบคโฮตามสัญญา  ทั้งนี้เพราะแม้นายไก่และนายห่านจะเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญนั้นด้วย  แต่เมื่อห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น  เป็นห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียน  จึงต้องนำมาตรา  1049  มาใช้บังคับ  กล่าวคือ  เมื่อนายเป็ดเพียงผู้เดียวเป็นผู้ปรากฏชื่อในการทำสัญญาซื้อขายรถแบคโฮ  นายไก่และนายห่านมิได้เป็นคู่สัญญากับบริษัทฯ  จึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับบริษัทฯ  ดังนั้น  นายไก่และนายห่านจึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้บริษัทฯส่งมอบรถแบคโฮตามสัญญาได้  เพราะสิทธิเรียกร้องให้บริษัทฯ  ส่งมอบรถแบคโฮเป็นสิทธิของนายเป็ดแต่เพียงผู้เดียว  (เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่  7721/2543)

สรุป

1       นายไก่และนายห่านจะต้องร่วมกันรับผิดกับนายเป็ด  ในการชำระหนี้ค่ารถแบคโฮราคา  2  ล้านบาท  ให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด

2         นายไก่และนายห่านไม่มีสิทธิฟ้องเรียกให้บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ส่งมอบรถแบคโฮตามสัญญา

ข้อ  2  ห้างหุ้นส่วนจำกัด  งามวิไล  มีวัตถุประสงค์รับตัดเย็บชุดวิวาห์  มีนางวิไลเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  นางสาวงามเนตรเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้เป็นหนี้ค่าผ้าที่ซื้อมาตัดชุดวิวาห์  200,000  บาท  ต่อมานางสาวงามเนตรซึ่งมีชื่อเล่นว่า  งาม  ได้ทะเลาะกับนางวิไลเนื่องจากไม่พอใจที่นางวิไลจัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้วเกิดการขาดทุนหลายแสนบาท  นางสาวงามเนตรจึงขอลาออกจากการลงหุ้นโดยโอนหุ้นของตนทั้งหมดให้นางสาววลัยพร  และได้จดทะเบียนออกจากห้างหุ้นส่วนไป  โดยนางสาววลัยพรได้จดทะเบียนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดแทนที่  ทั้งนี้ได้มีการจดทะเบียนเมื่อวันที่  26  กันยายน  2553  ต่อมาหนี้ค่าผ้า  จำนวน  200,000  บาท  ถึงกำหนดชำระ  แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่มีเงินชำระหนี้  ดังนี้เจ้าหนี้จะเรียกร้องให้นางสาวงามเนตรรับผิดได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1051  ผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งออกจากหุ้นส่วนไปแล้วยังคงต้องรับผิดในหนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนได้ออกจากหุ้นส่วนไป

มาตรา  1068  ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนอันเกี่ยวแก่หนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนออกจากหุ้นส่วนนั้น  ย่อมมีจำกัดเพียงสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน

มาตรา  1080  วรรคแรก  บทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนสามัญข้อใดๆ  หากมิได้ยกเว้นหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปโดยบทบัญญัติแห่งหมวด  3  นี้  ท่านให้นำมาใช้บังคับแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วย

มาตรา  1082  ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดคนใดยินยอมโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้ใช้ชื่อของตนระคนเป็นชื่อห้างไซร้  ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนดังว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดฉะนั้น

มาตรา  1091  ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดจะโอนหุ้นของตนปราศจากความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นๆก็โอนได้

วินิจฉัย

ตามอุทาหรณ์  การที่นางสาวงามเนตรซึ่งมีชื่อเล่นว่า  งาม  ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  ได้ยินยอมให้ใช้ชื่อของตนเองระคนเป็นชื่อของห้างหุ้นส่วนจำกัด  งามวิไล  นางสาวงามเนตรจึงต้องรับผิดในหนี้สินของห้างฯ  เสมือนว่าตนเองเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดตามมาตรา  1082  วรรคแรก  คือต้องรับผิดในหนี้สินของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน

การที่นางสาวงามเนตรได้ขอลาออกจากการเป็นหุ้นส่วน  และได้โอนหุ้นของตนทั้งหมดให้แก่นางสาววลัยพรนั้น  ย่อมสามารถทำได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ  ตามมาตรา  1091 

และข้อเท็จจริงตามอุทาหรณ์  เมื่อปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด  งามวิไล  เป็นหนี้ค่าผ้าที่ซื้อมาตัดชุดวิวาห์  200,000  บาท  หนี้รายนี้แม้นางสาวงามเนตรจะได้โอนหุ้นให้นางสาววลัยพรและได้จดทะเบียนออกจากห้างฯไปแล้วก็ตาม  แต่เมื่อเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนที่นางสาวงามเนตรจะได้ออกจากหุ้นส่วนไป  นางสาวงามเนตรจึงต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าวด้วย  และต้องรับผิดเป็นเวลา  2  ปี  นับแต่วันที่ได้ออกจากหุ้นส่วนไปตามมาตรา  1051  มาตรา  1068  ประกอบกับมาตรา  1080  วรรคแรก  ดังนั้น  เมื่อหนี้ค่าผ้าจำนวน  200,000  บาท  ถึงกำหนดชำระ  แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่มีเงินชำระหนี้  เจ้าหนี้ย่อมสามารถเรียกร้องให้นางสาวงามเนตรรับผิดในหนี้ดังกล่าวได้

สรุป  เจ้าหนี้สามารถเรียกร้องให้นางสาวงามเนตรรับผิดในหนี้ดังกล่าวได้ 

ข้อ  3  บริษัท  ต้นกล้า  จำกัด  ได้นัดประชุมผู้ถือหุ้น  เมื่อวันที่  26  สิงหาคม  2554  แต่เมื่อถึงวันเวลาประชุมแล้ว  ผู้ถือหุ้นก็ยังมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม  จนเวลาล่วงเลยไปถึงหนึ่งชั่วโมงเศษแล้ว  ผู้ถือหุ้นก็ยังมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม  นายต้นกล้าประธานกรรมการจึงมาปรึกษาท่านว่า  บริษัทมีความจำเป็นต้องประชุมผู้ถือหุ้นเป็นอย่างยิ่ง  ดังนี้  บริษัทควรจะทำอย่างไรต่อไป  จึงจะประชุมได้แม้ผู้ถือหุ้นจะมาไม่ครบองค์ประชุมในครั้งต่อไปก็ตาม  ดังนี้  ให้ท่านแนะนำนายต้นกล้าด้วย

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1179  การประชุมใหญ่เรียกนัดเวลาใด  เมื่อล่วงเวลานัดนั้นไปแล้วถึงชั่วโมงหนึ่ง  จำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาเข้าประชุมยังไม่ครบถ้วนเป็นองค์ประชุมดังบัญญัติไว้ในมาตรา  1178  นั้นไซร้  หากว่าการประชุมใหญ่นั้นได้เรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอ  ท่านให้เลิกประชุม

ถ้าการประชุมใหญ่นั้นมิใช่ชนิดซึ่งเรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอไซร้  ท่านให้เรียกนัดใหม่อีกคราวหนึ่งภายในสิบสี่วัน  และการประชุมใหญ่ครั้งหลังนี้ท่านไม่บังคับว่าจำต้องครบองค์ประชุม

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  การที่บริษัท  ต้นกล้า  จำกัด  ได้นัดประชุมผู้ถือหุ้นวันที่  26  สิงหาคม  2554  แต่เมื่อถึงวันและเวลาประชุมแล้ว  ผู้ถือหุ้นก็ยังมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม  จนเวลานัดล่วงเลยไปถึงหนึ่งชั่วโมงเศษแล้ว  ผู้ถือหุ้นก็ยังมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม  ดังนี้  เมื่อการประชุมใหญ่ดังกล่าวมิใช่การประชุมใหญ่ซึ่งเรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอ  และเมื่อบริษัทมีความจำเป็นต้องประชุมผู้ถือหุ้นเป็นอย่างยิ่ง  บริษัทก็ต้องเรียกนัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นใหม่ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่  26  สิงหาคม  2554  กล่าวคือ  บริษัทจะต้องบอกกล่าวเรียกนัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นใหม่ภายในวันที่  9  กันยายน  2554  ซึ่งในการประชุมใหญ่ครั้งหลังนี้เมื่อถึงวันและเวลานัดประชุมตามที่ได้ส่งคำบอกกล่าวไปแล้ว  ถ้าผู้ถือหุ้นมาไม่ครบเป็นองค์ประชุมก็สามารถประชุมกันได้  ตามมาตรา  1179

สรุป  เมื่อนายต้นกล้าประธานกรรมการบริษัทมาปรึกษาข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าจะแนะนำนายต้นกล้าตามที่ได้อธิบายไว้ดังกล่าวข้างต้น