LAW 2007 กฎหมายอาญา 2 สอบซ่อม 1/2551

0

การสอบไล่ภาคซ่อม 1 ปีการศึกษา 2551
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2007 กฎหมายอาญา 2

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี 4 ข้อ

ข้อ 1. นายทองและนางสาวสวย จดทะเบียนสมรสกันที่เขตบางรักเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2550 ต่อมานายทองได้ชวนนางสาวซื่อไปจดทะเบียนสมรสอีกที่เขตบางพลัดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 โดยนายทองแจงต่อนายทะเบียนเขตบางพลัดว่าตัวเองเป็นโสดบริสุทธิ์ ไม่เคยจดทะเบียนสมรสกับใครมาก่อนเลย นายทะเบียนเขตฯ ได้จดทะเบียนสมรสให้ตามความประสงค์

ดังนี้ การกระทำของนายทองเป็นความผิดอาญาฐานใดหรือไม่ เพราะเหตุใด

แนวคำตอบ

วางหลักกฎหมาย ป.อาญา มาตรา 137

นายทองมีความผิดตามมาตรา 137 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย

ข้อ 2. ตำรวจออกตรวจท้องที่ไปพบเห็นนายแดงลักทรัพย์ของผู้เสียหาย ตำรวจเข้าจับกุมนายแดง ขณะที่ควบคุมตัวนายแดงเพื่อจะไปส่งสถานีตำรวจ ระหว่างทางนายแดงกระโดดลงน้ำหลบหนี ไปได้

ดังนี้ นายแดงมีความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรมหรือไม่ เพราะเหตุใด

แนวคำตอบ

วางหลักกฎหมาย ป.อาญา มาตรา 190

นายแดงมีความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรมฐานหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาตามมาตรา 190

ข้อ 3. นายหนึ่ง นายสอง นายสาม นายสี่ และนายห้า สมคบกันที่จะปล้นทรัพย์บ้านของนายขาว ทั้ง 5 คน ได้เดินทางเพื่อไปที่บ้านของนายขาว ระหว่างทาง ทั้ง 5 คน เกิดกลับใจไม่ยอมไปปล้น ดังนี้ นายหนึ่ง, นายสอง, นายสาม, นายสี่ และนายห้า มีความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนหรือไม่ เพราะเหตุใด

แนวคำตอบ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210 บัญญัติว่า “ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 นี้ และความผิดนั้นมีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร”

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายหนึ่ง, นายสอง, นายสาม, นายสี่ และนายหน้า สมคบกันที่จะปล้นทรัพย์บ้านของนายขาว การกระทำของทั้ง 5 คน มีความผิดฐานซ่องโจรตามมาตรา 210 แล้ว ถึงแม้ว่าทั้ง 5 คนจะเกิดกลับใจไม่ยอมไปปล้นก็ตาม

สรุป นายหนึ่ง, นายสอง, นายสาม, นายสี่ และนายห้า มีความผิดฐานซ่องโจรตามมาตรา 210

ข้อ 4. จำเลยเป็นผู้จัดการร้านขายรถจักรยานยนต์ มีหน้าที่เขียนใบส่งของ วันเกิดเหตุจำเลยได้เขียนใบส่งของว่าได้มีการขายรถจักรยานยนต์ไปจำนวน 5 คัน และส่งให้แก่ลูกค้าแล้ว จากนั้นได้ เซ็นชื่อจำเลย ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยไม่ได้ส่งของให้แก่ลูกค้า แต่จำเลยได้ยักยอกไว้ ดังนี้ จำเลยมีความผิดเกี่ยวกับเอกสารหรือไม่ เพราะเหตุใด

แนวคำตอบ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 บัญญัติว่า “ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร”

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่จำเลยเป็นผู้จัดการร้านขายรถจักรยานยนต์ มีหน้าที่เขียนใบส่งของ วันเกิดเหตุจำเลยได้เขียนใบส่งของว่าได้มีการขายรถจักรยานยนต์ไปจำนวน 5 คัน และส่งให้แก่ลูกค้าแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นการทำเอกสารในนามของตนเองโดยมีอำนาจ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา 264

สรุป จำเลยไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา 264