Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2559
ข้อสอบกระบวนวิชา THA 1003 การเตรียมเพื่อการพูดและการเขียน

คําสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคําตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 120 ข้อ)

1. เมื่อเป็นเด็ก ทุกคนต้องหัดพูด การพูดขั้นนี้เรียกว่า
(1) พูดเพื่อสื่อสาร
(2) พูดได้
(3) พูดเป็น
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 2
คนที่เกิดมาถ้าไม่เป็นใบ้ย่อมจะ “พูดได้” ทั้งนั้น โดยสถิติทางการแพทย์บันทึกไว้ว่าเด็กจะเริ่มพูดได้ตั้งแต่อายุเพียง 10 เดือน และพัฒนาไปเรื่อย ๆ จนอายุได้ 3 ขวบจึงจะสามารถพูดเป็นประโยคได้ดี รู้จักพูดคุย ซักถาม หรือโต้ตอบได้

2. คําว่า “ศาสตร์ในการพูด” หมายถึง
(1) ศาสตร์และศิลป์ในการพูด
(2) การพูดต้องมีวัตถุประสงค์ที่แน่ชัด
(3) การฝึกฝนตามทฤษฎีการพูด
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 3
การพูดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ในส่วนที่เป็นศาสตร์ หมายถึง ต้องมีการศึกษาเล่าเรียน มีความมุมานะ หมั่นฝึกฝนตามทฤษฎีการพูดจนเกิดความชํานาญ และมีความมั่นใจ จนพูดได้คล่องแคล่ว ทั้งนี้จะต้องมีศิลป์ประกอบด้วย หมายถึง มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ใช้ถ้อยคํา น้ำเสียง กิริยามารยาทที่สอดคล้องเหมาะกับเวลาและโอกาส พูดด้วยความจริงใจ มีความรับผิดชอบต่อการพูดของตน มีวิจารณญาณที่ดี รู้จักใช้เหตุผล มีหลักฐานอ้างอิงและแสดงออกด้วยความเห็นที่ดี

Advertisement

3. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการพูด
(1) เพื่อการวางรากฐานระบอบประชาธิปไตย
(2) สร้างมนุษยสัมพันธ์
(3) พัฒนาบุคลิกภาพ
(4) ไม่มีข้อถูก
ตอบ 4
วัตถุประสงค์ของการพูดมีอยู่ 5 ประการ คือ
1. เพื่อให้รู้จักการสื่อสารกันด้วยคําพูดที่ถูกต้องและเข้าใจตรงกัน 2. เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้นําที่ดี 3. เพื่อวางรากฐานระบอบประชาธิปไตย 4. เพื่อสร้างมนุษยสัมพันธ์ 5. เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ

4. ถ้อยคําที่ว่า “พูดกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น” สอดคล้องกับเรื่องใดของการพูด (1) ความสําคัญของการพูด
(2) วัตถุประสงค์ของการพูด
(3) ถูกข้อ 1 และ 2
(4) ไม่มีข้อถูก
ตอบ 3
(ดูคําอธิบายข้อ 3. ประกอบ) การพูดเป็นการสื่อสารของมนุษย์ที่มีความสําคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพเป็นอันมาก เพราะมนุษย์จะต้องใช้การพูดเพื่อการสื่อสารให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าใจกันก่อน ถ้าสื่อสารกันได้ดี การกระทํากิจการงานต่าง ๆจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

5. คําพูดของชายหนุ่มต่อหญิงสาวที่ว่า “ผมเคยสัญญาไว้ตอนไหนว่าผมจะรักคุณไปตลอด” เกี่ยวข้องกับเรื่องใดในการพูด
(1) คุณสมบัติของผู้พูด
(2) การบิดเบือนเนื้อหาของการพูด
(3) ข้อจํากัดของการสื่อสารด้วยคําพูด
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 3
ข้อจํากัดของการสื่อสารด้วยคําพูดมีดังนี้ 1. ถูกจํากัดด้วยสภาพแวดล้อม เช่น เสียงรบกวน เวลาในการพูด ฯลฯ 2. ถ้าเรื่องที่พูดมีข้อความสลับซับซ้อน หรือมีข้อมูลที่จะนําเสนอมาก อาจทําให้ผู้ฟังเข้าใจได้ไม่หมดหรือไม่ดี 3. สารจากคําพูดอยู่ได้ไม่นาน ผู้ฟังไม่มีโอกาสฟังซ้ำ ทําให้หลงลืมจึงไม่อาจนํามาเป็นหลักฐานได้ 4. ถ้าผู้พูดเผอเรอ อาจมีโอกาสผิดพลาดในแง่ข้อเท็จจริง หรือเจตนาของผู้พูดที่ตั้งไว้

6. ข้อใดคือองค์ประกอบในการพูด
(1) ผู้พูด ผู้ฟัง สาร
(2) ผู้พูด ผู้ฟัง สาร สื่อ และสถานการณ์ในการพูด
(3) ผู้พูด ผู้ฟัง สื่อ และสถานการณ์ในการพูด
(4) ไม่มีข้อถูก
ตอบ 2
องค์ประกอบของการพูดให้ประสบความสําเร็จมี 5 ประการ คือ 1. ผู้พูด 2. สาร 3. สื่อ 4. สถานการณ์การพูด 5. ผู้ฟัง

7. ข้อใดคือประเด็นในการวิเคราะห์ผู้ฟังอย่างครบถ้วน
(1) เพศ วัย จํานวน
(2) เพศ วัย จํานวน ทัศนคติ
(3) ไม่มีข้อถูก
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 3 สิ่งที่ผู้พูดควรพิจารณาในการวิเคราะห์ผู้ฟังมีดังนี้
1. ลักษณะทางกายภาพ ได้แก่ วัย, เพศ และจํานวนผู้ฟัง
2. ลักษณะทางจิตวิทยา ได้แก่ ทัศนคติ ความเชื่อ และคุณค่าที่ผู้ฟังยึดถือ, ความต้องการพื้นฐานของผู้ฟัง, พื้นความรู้และประสบการณ์ของผู้ฟัง, ฐานะอาชีพของผู้ฟัง, เชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม, สถานภาพการสมรส, กลุ่มอาชีพและกลุ่มสังคมของผู้ฟัง

8. จํานวนผู้ฟังเท่าไหร่ที่จําเป็นต้องพูดแบบเป็นทางการ
(1) 15 คนขึ้นไป
(2) 50 คนขึ้นไป
(3) 30 คนขึ้นไป
(4) แล้วแต่ลักษณะผู้ฟัง
ตอบ 2
การทราบจํานวนผู้ฟังจะทําให้ผู้พูดเตรียมวิธีพูดหรือการนําเสนอ ภาษาที่ใช้และอุปกรณ์ประกอบการพูดไว้ล่วงหน้าได้ คือ 1. ถ้ามีผู้ฟังจํานวนมากตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป การเตรียมวิธีพูดและภาษาที่ใช้ต้องตรงตามรูปแบบที่เป็นทางการ การเตรียมคําขึ้นต้นต้องถูกต้องตามแบบแผน 2. ถ้ามีผู้ฟังจํานวนน้อยประมาณ 10 – 15 คน ผู้พูดจะต้องใช้วิธีพูดอย่างเป็นกันเองไม่ต้องรักษาบรรยากาศที่เป็นแบบทางการให้มากนัก

9. ข้อใดกล่าวคําทักทายได้ถูกต้องในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
(1) เรียนท่านประธานสภาผู้แทนฯ และสมาชิกสภาผู้แทนฯ ที่เคารพ
(2) เรียนท่านประธานสภาผู้แทนฯ และสมาชิกสภาผู้แทนฯ
(3) ถูกข้อ 1 และ 2
(4) ไม่มีข้อถูก
ตอบ 2
คําปฏิสันถารหรือการกล่าวทักทายผู้ฟังมีอยู่ 2 ชนิด คือ
1. ชนิดที่เป็นพิธีการ จะไม่นิยมใช้คําที่แสดงความรู้สึกบ่นเข้ามา เช่น คําว่า เคารพ นับถือที่รัก ฯลฯ มักใช้ในงานที่เป็นทางการ งานรัฐพิธีและศาสนพิธีต่าง ๆ ได้แก่ งานวางศิลาฤกษ์งานแจกวุฒิบัตร คํากล่าวเปิดงาน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ฯลฯ
2. ชนิดที่ไม่เป็นพิธีการ จะนิยมใช้คําที่แสดงความรู้สึกปนเข้ามาด้วย เพื่อแสดงความเป็นกันเองหรือความใกล้ชิดสนิทสนม มักใช้ในงานที่ไม่เป็นทางการมากนัก ได้แก่ งานวันเกิด การแสดงคอนเสิร์ต การรายงานหน้าชั้นเรียน การแสดงปาฐกถา ฯลฯ

10. การทําโครงเรื่องในการพูดคือ
(1) การคิดและเรียงประเด็นในการพูด
(2) การจัดทําประเด็นในการพูด
(3) การกําหนดจุดมุ่งหมายในการพูด
(4) ถูกทุกข้อ
ตอบ 1
การทําโครงเรื่องในการพูด คือ การคิดและเรียงประเด็นในการพูด เป็นการจัดระเบียบของเรื่องโดยแสดงความสัมพันธ์ของความคิดหลักกับความคิดย่อย หรือหัวข้อใหญ่กับหัวข้อย่อย ให้ดําเนินไปตามลําดับขั้นตอน เพื่อให้การพูดดําเนินไปได้โดยสะดวก เป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะเส้นทางเดินของการพูดก็คือ โครงเรื่องนั้นเอง

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?