Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2559
ข้อสอบกระบวนวิชา THA 1003 การเตรียมเพื่อการพูดและการเขียน
คําสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคําตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 120 ข้อ)

1. ข้อใดอธิบายลักษณะของการเลือกหัวข้อเรื่องได้ถูก
(1) การเลือกหัวข้อเรื่องให้โก้เก๋
(2) การเลือกหัวข้อเรื่อง คือ การตั้งชื่อเรื่อง
(3) การเลือกหัวข้อต้องคํานึงถึงสาระสําคัญ
(4) การเลือกหัวข้อเรื่อง คือ การตั้งประเด็นความคิด
ตอบ 3
การเลือกหัวข้อเรื่อง หมายถึง การพิจารณาเนื้อหาสาระของเรื่องว่ามีความเหมาะสมที่จะนํามากล่าวหรือไม่ ดังนั้นการเลือกหัวข้อเรื่องจึงไม่ได้หมายถึง การเลือกชื่อเรื่องหรือการตั้งชื่อเรื่องให้โก้เก๋ แต่ต้องคํานึงถึงเนื้อหาหรือสาระสําคัญของเรื่องเป็นหลัก

2. การเลือกหัวข้อเรื่องควรมีเนื้อหาตรงกับสิ่งใดมากที่สุด
(1) รสนิยม
(2) วัตถุประสงค์
(3) ความรู้สึก
(4) ประสบการณ์
ตอบ 1
หลักการเลือกหัวข้อเรื่องประการหนึ่ง คือ หัวข้อเรื่องนั้นเหมาะกับผู้ฟังผู้อ่านหรือไม่ซึ่งหัวข้อเรื่องที่เลือกควรมีเนื้อหาตรงกับความสนใจ รสนิยม อารมณ์ และระดับสติปัญญาของผู้รับสารนั้น ๆ เพราะการเลือกหัวข้อเรื่องที่มีเนื้อหาซึ่งผู้ฟังและผู้อ่านไม่เข้าใจ ย่อมไม่ต่างกับการยัดเยียดสิ่งที่เขาไม่ต้องการให้แก่เขา ผลการสื่อสารย่อมจะได้ประโยชน์น้อยกว่าที่คาดคิดเอาไว้

3. ข้อใดไม่ใช่แหล่งที่มาของหัวข้อเรื่อง
(1) การสังเกต
(2) การคิด
(3) การคาดคะเน
(4) การฟัง
ตอบ 3
แหล่งที่มาของหัวข้อเรื่องอาจได้มาจากหลายทาง เช่น จากการอ่าน การฟัง การสังเกต การคิดนึกตรึกเอา หรือได้มาจากประสบการณ์ตรง ฯลฯ แต่หัวข้อเรื่อง ส่วนใหญ่มักได้มาจากการอ่านหนังสือต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นแหล่งที่มาของหัวข้อเรื่องที่สําคัญที่สุด เพราะการอ่านเป็นการสั่งสมความรู้ที่ดีที่สุด และยังเป็นการพัฒนาตนเองในด้านความรู้ได้เร็วและรวบรัดที่สุดอีกด้วย

Advertisement

4. เมื่อเราจํากัดขอบข่ายของเนื้อหาแล้ว กระบวนการใดในข้อต่อไปนี้คือสิ่งที่จะต้องทําต่อไป
(1) การเขียนประโยคกล่าวนํา
(2) การเขียนย่อหน้า
(3) การเขียนรายการความคิด
(4) การตั้งจุดมุ่งหมายหัวข้อเรื่อง
ตอบ 4
ขั้นตอนในการเตรียมเนื้อหา ประกอบด้วย 1. การเลือกหัวข้อเรื่อง
2. แหล่งที่มาของหัวข้อเรื่อง 3. การจํากัดขอบข่ายเนื้อหาของหัวข้อเรื่อง
4. การตั้งจุดมุ่งหมายของหัวข้อเรื่อง 5. การเขียนประโยคกล่าวนํา

5. ประโยคที่เจาะจงขมวดเนื้อหาทั้งหมด เราเรียกประโยคนี้ว่าอะไร
(1) ประโยคกล่าวนํา
(2) ประโยคสนับสนุน
(3) ประโยคใจความ
(4) ประโยคสรุปความ
ตอบ 1
ประโยคกล่าวนํา คือ ประโยคที่เจาะจงขมวดเนื้อหาของหัวข้อเรื่องนั้นเอาไว้ทั้งหมดโดยรวม ๆ ซึ่งมีประโยชน์ ดังนี้ 1. เพื่อเจาะจงขมวดเนื้อหาทั้งหมดในภาพรวม มา 2. เพื่อช่วยเลือกสรรเนื้อหาที่จะมาเขียนได้ถูกต้อง 3. เพื่อช่วยเตือนความคิดของผู้เขียนให้มั่นคง 4. เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เขียนเนื้อหาออกนอกเรื่อง

6. ข้อใดอธิบายความหมายของโครงเรื่องผิด
(1) โครงเรื่อง คือ การจัดระเบียบความคิด
(2) โครงเรื่อง คือ การเขียนรายการความคิด
(3) โครงเรื่อง คือ การจํากัดขอบข่ายความคิด
(4) โครงเรื่อง คือ การถ่ายทอดความคิด
ตอบ 4
โครงเรื่อง คือ การเขียนรายการความคิดหรือใจความสําคัญของเรื่องให้เป็นขั้นตอนว่าควรจะกล่าวถึงเนื้อหาอะไร หรือประเด็นใดก่อนหลังตามลําดับ โดยยึดจุดมุ่งหมายและขอบข่ายของเรื่องเป็นสําคัญ ดังนั้นการเขียนโครงเรื่องจึงเป็นการจํากัด ขอบข่ายความคิด และจัดระเบียบความคิดลงไปให้เด่นชัด เพื่อวางแนวทางหรือกรอบเนื้อหาของเรื่องที่เขียนให้ดําเนินไปตามลําดับขั้นตอน ไม่สับสนวกวน

ข้อ 7. – 10. จงใช้คําตอบต่อไปนี้จับคู่กับลักษณะการเขียนโครงเรื่อง
(1) โครงเรื่องแบบไม่มีพิธีรีตอง
(2) โครงเรื่องแบบย่อหน้า
(3) โครงเรื่องแบบประโยค
(4) โครงเรื่องแบบหัวข้อ

7. เขียนด้วยคําหรือวลีสั้น ๆ
ตอบ 4
โครงเรื่องแบบหัวข้อ จะเขียนด้วยคําหรือวลีสั้น ๆ หรืออาจเป็นอนุประโยคที่ไม่ได้ความครบถ้วนในตัวเอง โดยมีตัวเลขหรืออักษรย่อกํากับทุกประเด็น จึงเป็นโครงเรื่องที่ไม่ได้บอกแนวทางไว้ชัดเจน และผู้เขียนต้องรีบเขียนด้วยเวลาอันจํากัด เพราะถ้าทิ้งไว้นาน ๆ อาจลืมได้ว่าหัวข้อนั้นจะขยายความอย่างไร ทั้งนี้โครงเรื่องแบบหัวข้อควรใช้ถ้อยคําให้ขนานเป็นแนวเดียวกันโดยตลอด คือ ถ้าหัวข้อแรกขึ้นต้นด้วยคํานามหรือคํากริยา หัวข้อต่อไปก็ควรขึ้นต้นด้วยคํานามหรือคํากริยาด้วย

8. เขียนด้วยข้อความที่สมบูรณ์
ตอบ 3
โครงเรื่องแบบประโยค จะเขียนด้วยข้อความที่เป็นประโยคสมบูรณ์และชัดเจน มีเลขหรืออักษรย่อกํากับทุกประโยคที่เป็นประเด็นของเรื่องนั้น จึงเป็นโครงเรื่องที่ บอกขอบข่ายและรายละเอียดของแต่ละประเด็นไว้ครบถ้วน ง่ายต่อการนําไปเขียนขยายเป็นย่อหน้าหรือเนื้อความ จึงเหมาะสําหรับผู้เริ่มหัดเขียน และมักใช้กับเรื่องที่มีรายละเอียดมากซึ่งต้องใช้เวลานานในการศึกษาค้นคว้า เช่น การทํารายงานทางวิชาการ การวิจัย ฯลฯ

9. เขียนอย่างคร่าว ๆ ด้วยคําหรือวลีแบบหยาบ ๆ
ตอบ 1
โครงเรื่องแบบไม่มีพิธีรีตอง จะเขียนอย่างคร่าว ๆ ด้วยคําหรือวลีแบบหยาบ ๆ เพื่อวางแนวเรื่องที่สั้น ๆ หรือเรื่องที่ต้องพูดหรือเขียนอย่างทันควันในเวลาอันจํากัด โดยไม่ต้องคํานึงถึงระเบียบแบบแผนใด ๆ เพียงแต่ต้องการให้เรื่องที่จะกล่าวเรียงลําดับกัน ไม่สับสนเท่านั้น เช่น การเตรียมตอบคําถามหรือทําข้อสอบแบบอัตนัย หรือการถูกเชิญให้กล่าว ในเวลาอันกะทันหัน ฯลฯ

10. เขียนด้วยกลุ่มประโยคหลายประโยค
ตอบ 2
โครงเรื่องแบบย่อหน้า ประกอบด้วยกลุ่มประโยคหลายกลุ่มประโยครวมกันในรูปของย่อหน้า โดยไม่ต้องแยกเป็นหัวข้อลงในบรรทัดใหม่ แต่จะกล่าวถึงทุกประเด็น ปนกันไปในย่อหน้าเดียวกัน เนื่องจากโครงเรื่องแบบนี้ไม่แยกประเด็นความคิดของเนื้อหา ออกอย่างชัดเจน จึงไม่เป็นที่นิยมกันโดยทั่วไป

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?