THA1001 ลักษณะและการใช้ภาษาไทย การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2553

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2553
ข้อสอบกระบวนวิชา THA1001 ลักษณะและการใช้ภาษาไทย
คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 120 ข้อ)

1. ข้อใดมีคำที่บอกอาการหรือลักษณะของคน
1. ว่องไว้ ซุบซิบ กระแทก
2. เตลิด กระเตื้อง ขวักไขว่
3. แช่มช้อย ล่ำสัน คล่องแคล่ว
4. อ่อนหวาน ทรหด พลุกพล่าน

ตอบ 3 หน้า 44, 47 (52067), 62 – 63 (H) ความหมายแฝง คือ ความ หมายย่อยที่แฝงอยู่ในความหมายใหญ่ ซึ่งจะแนะรายละเอียดบางอย่างไว้ในความหมายนั้น ๆ เช่น ความหมายแฝงที่บอกอาการหรือลักษณะของคนบางจำพวก ได้แก่
1. ลักษณะของผู้หญิง เช่น อ้อนแอ้น, แช่มช้อย,อ่อนหวาน, นิ่มนวล ฯลฯ
2. ลักษณะของผู้ชาย เช่น บึกบึน,ล่ำสัน,ทรหด ฯลฯ
3. ลักษณะของเด็ก เช่น งอแง,โยเย,จ้ำม่ำ ฯลฯ
4. ลักษณะของคนแก่ เช่น งกเงิ่น,หง่อม,ง่องแง่ง ฯลฯ
5. ลักษณะของคนที่แข็งแรงและขยันขันแข็ง เช่น ว่องไว,คล่องแคล่ว,กระฉับกระเฉง ฯลฯ

2. ข้อใดไม่ใช่คำที่แยกเสียงแยกความหมาย
1. กวด – ขวด
2. กว้าง – ขว้าง
3. กริบ – ขลิบ
4. กำจัด – ขจัด

Advertisement

ตอบ 4 หน้า 51 – 58 (52067), 65 – 66 (H) การ แยกเสียงแยกความหมาย คือ การเปลี่ยนแปลงเสียงในคำบางคำที่มีความหมายหลายอย่างให้แตกต่างกันบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความสันสนว่าคำนั้นมีความหมายว่าอย่างไรในที่นั้น ๆ โดยความหมายย่อมและที่ใช้อาจจะแตกต่างกัน ได้แก่ คำว่า กวด – ขวด, กว้าง –ขว้าง, กริบ – ขลิบ เป็นต้น (ส่วนคำว่า กำจัด – ขจัด เป็นคำที่ไม่แยกความหมาย หรือมีความหมายอย่างเดียวกัน คือ ขับไล่ ปราบ หรือทำให้สิ้นไป)

3. ข้อใดมีคำซ้อนเพื่อความหมาย
1. เขาเป็นคนหนักแน่
2. เขาเป็นคนโลเล
3. เขาเป็นแม่งาน
4. เขาเป็นทหารผ่านศึก

ตอบ 1 หน้า 62 – 63, 67 – 73 (52067), 67 – 74 (H) คำซ้อน คือ คำ เดี่ยว 2, 4 หรือ 6 คำ ที่มีความหมายหรือมีเสียงใกล้เคียงกัน หรือเป็นไปในทำนองเดียวกัน ซ้อนเข้าด้วยกันเพื่อทำให้เกิดคำใหม่ที่มีความหมายใหม่ขึ้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้

1. คำ ซ้อนเพื่อความหมาย (มุ่งที่ความหมายเป็นสำคัญ) ซึ่งอาจเป็นคำไทยซ้อนเข้าด้วยกัน เช่น หน้าตา,เล็กน้อย, หนักแน่น ฯลฯ หรืออาจเป็นคำไทยซ้อนกับคำภาษาอื่น เช่น เงียบสงัด (ไทย + เขรม),ทรัพย์สิน (สันสกฤต + ไทย) ฯลฯ
2. คำซ้อนเพื่อเสียง (มุ่งที่เสียงเป็นสำคัญ) เช่น โลเล (สระโอ + เอ), เอะอะ (สระเอะ + อะ) ฯลฯ

4. ข้อใดใช้คำซ้อนเพื่อเสียง
1. เธอไม่ชอบกู้หนี้ยืมสิน
2. เธอเป็นแม่ครัวมือหนึ่ง
3. เธอมีทรัพย์สินมากมาย
4. เธอชอบเอะอะโวยวาย

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 3. ประกอบ

5. ข้อใดใช้ไม้ยมก (ๆ) ถูกต้อง
1. มีของนา ๆ ชนิด
2. มีเด็กชายตัวดำ ๆ ใส่เสื้อสีแดง ๆ
3. มีผ้าลาย ๆ เรขาคณิต
4. มีเจ้าหน้าที่ ๆ รับผิดชอบเรื่องนี้

ตอบ 2 หน้า 76 – 77 (52067), 76 (H) คำซ้ำ คือ คำ คำเดียวกันที่นำมากล่าว 2 ครั้ง เพื่อให้มีความหมายเน้นหนักขึ้น หรือเพื่อให้มีความหมายต่างจากคำเดี่ยว ซึ่งวิธีการสร้างคำซ้ำก็เหมือนกับการสร้างคำซ้อน แต่ใช้คำคำเดียวมาซ้อนกันโดยมีเครื่องหมายไม้ยมกกำกับ เช่น คำซ้ำที่ซ้ำคำขยาย ได้แก่ ตัวดำ ๆ (ตัวไม่ดำเสียทีเดียว แต่มีลักษณะไปทางดำ),เสื้อสีแดง ๆ (เสื้อไม่แดงทั้งตัว แต่มีสีแดงมากและเห็นชัดกว่าสีอื่น) เป็นต้น

6. ประโยคใดเป็นคำประสม
1. น้ำแข็งแล้ว
2. น้ำ / แข็ง / แล้ว
3. น้ำ / แข็งหมดแล้ว
4. น้ำแข็ง / หมดแล้ว

ตอบ 4 หน้า 80 – 81 (52067), 78 – 81 (H) คำประสม คือ คำตั้งแต่ 2 คำขึ้นไปมาประสมเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้คำใหม่ที่มีความหมายใหม่มาใช้ในภาษา ซึ่ง ความหมายสำคัญจะอยู่ที่คำต้น (คำตัวตั้ง)ส่วนที่ตามมาเป็นคำขยาย ซึ่งไม่ใช่คำที่ขยายคำต้นจริง ๆ แต่จะช่วยให้คำทั้งคำมีความหมายจำกัดเป็นนับเดียว เช่น คำประสมที่ใช้เป็นคำนาม โดยมีคำตัวตั้งเป็นนามและคำขยายเป็นวิเศษณ์ ได้แก่ น้ำแข็ง หมายถึง น้ำชนิดหนึ่งที่แข็งเป็นก้อนด้วยความเย็นจัดตามธรรมชาติหรือทำขึ้น เป็นต้น หรืออาจเป็นคำประสมที่นำคำไทยมาประสมกับคำอังกฤษ ได้แก่ รถเมล์ ตู้โชว์ เป็นต้น (ส่วนตัวเลือกข้ออื่นเป็นคำเดี่ยวเรียงกัน)

7. ข้อใดมีคำประสมทุกคำ
1. ในตู้โชว์มีเสื้อลายสีสวย
2. เขาขึ้นรถเมล์ไปซื้อน้ำแข็ง
3. เขาอยู่กินกับภรรยามาหลายปี
4. มีคนอยู่ในบ้านพักอย่างหนาแน่น

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 6. ประกอบ

8. ข้อใดใช้คำว่า “ผลัด” ไม่ถูกต้อง
1. ผลัดเวร
2. ผลัดเสื้อ
3. ผลัดเปลี่ยน
4. ผัดวันประกันพรุ่ง

ตอบ 4 คำว่า “ผลัด” หมายถึง เปลี่ยนแทนที่ เช่น ผลัดเสื้อผ้า ผลัดเวร หรือ เป็นลักษณนามเรียกการผลัดเปลี่ยนเวรยาม เช่น เปลี่ยนเวรวันละ 3 ผลัด (ส่วนคำว่า “ผัด” หมายถึง ขอเลื่อนเวลาไป เช่น ผัดวัน ผัดหนี้ หรือขอเลื่อนเวลาออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า เช่น ดวันประกันพรุ่ง)

9. “น้องปันกำลังปั่นจักรยาน ส่วนน้องปั๋นกำลังปั้นดิน” ข้อความนี้แสดงลักษณะใดของภาษาไทย
1. มีระบบเสียงสูงต่ำ
2. มีการใช้คำสุภาพตามฐานะของบุคคล
3. คำเดียวกันใช้ได้หลายหน้าที่
4. มีลักษณนามกับคำขยายบอกจำนวนนับ

ตอบ 1 หน้า 2, 33 – 37 (52067), 10, 55 , 59 (H) ระบบเสียงสูงต่ำ (เสียง วรรณยุกต์) ในภาษาไทย คือ การกำหนดเสียงสูงต่ำไว้ตายตัวในคำแต่ละคำ เพื่อต้องการแยกความหมาย โดยให้เสียงหนึ่งมีความหมายอย่างหนึ่ง หากเปลี่ยนเสียงความหมายก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วย เช่น ปัน (เสียงสามัญ) = แบ่ง แต่ในที่นี้ใช้เป็นเชื่อคน,ปั่น (เสียงเอก) = ทำให้หมุน,ปั้น (เสียงโท) = เอาสิ่งอ่อน ๆ เช่น ขี้ผึ้ง ดินเหนียว มาปั้นให้เป็นรูปตามที่ต้องการ เป็นต้น

10. ประโยคใดแสดงกาล
1. เขากำลังกินข้าว
2. เขากินข้าวหรือยัง
3. เขายังไม่ได้กินข้าว
4. เขากินข้าวกับอะไร

ตอบ 1 หน้า 121 – 123 (52067) การแสดงกาล คือ การแสดงให้รู้ว่ากริยากระทำเมื่อไรซึ่งต้องอาศัยกริยาช่วยเพื่อบอกกาลเวลาที่ต่างกันดังนี้

1. บอกปัจจุบัน ได้แก่ อยู่, กำลัง, กำลัง..อยู่, กำลัง….อยู่แล้ว
2. บอกอนาคต ได้แก่ จะ, กำลังจะ, กำลังจะ..อยู่,กำลังจะ..อยู่แล้ว
3. บอกอดีต ได้แก่ ได้, ได้..แล้ว, ได้..อยู่แล้ว , เพิ่ง,มา

Advertisement