THA1001 ลักษณะและการใช้ภาษาไทย การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2550

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2550

ข้อสอบกระบวนวิชา THA1001 ลักษณะและการใช้ภาษาไทย

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 120 ข้อ)

ลักษณะภาษา

Advertisement

1 ข้อใดแสดงลักษณะภาษาคำโดดที่ว่าเป็นคำมีพยางค์เดียว

(1) สตางค์น่ะมีไหม

(2) เงินน่ะมีไหม

(3) ทรัพย์สินน่ะมีไหม

(4) สมบัติน่ะมีไหม

ตอบ (2) เงินน่ะมีไหม

ลักษณะของภาษาคำโดดประการหนึ่ง คือ คำแต่ละคำมีพยางค์เดียว ซึ่งถือเป็นคำพื้นฐานของภาษา มักเป็นคำที่ใช้เรียกสิ่งต่างๆ ตลอดจนกริยาอาการที่จำเป็นแก่มนุษย์ ใช้ในภาษาได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงคำ เช่น พ่อ มีด เงิน ฯลฯ (ส่วนคำว่า สตางค์ ทรัพย์สิน สมบัติ เป็นคำที่มี 2 พยางค์)

2 ข้อใดไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำเพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคำในประโยค

(1) ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา

(2) ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี

(3) ทรงพระเจริญ

(4) ทุกข้อ

ตอบ (3) ทรงพระเจริญ

ในภาษาคำโดด คำแต่ละคำถือเป็นคำสำเร็จรูป เพราะมีความหมายสมบูรณ์ใช้เข้าประโยคได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงส่วนใดๆของคำ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคำในประโยค (ส่วนคำว่า ราชา = กษัตริย์ และ ราชินี = กษัตริย์หญิง เป็นคำภาษาบาลีที่มีการเปลี่ยนแปลงสระและพยัญชนะท้ายคำ เพื่อบอกให้ทราบว่าเป็นเพศใด)

3 ข้อใดแสดงให้เห็นว่า หน้าที่ดูได้ที่ตำแหน่งในประโยค

(1) หมากัด อย่ากัดตอบ (2) อย่าทำตนเป็นหมาลอบกัด

(3) รองเท้าใหม่กัดเจ็บจัง (4) ถ้ารองเท้ากัด เขาว่าให้กัดรองเท้าเสียก่อน

ตอบ (4) ถ้ารองเท้ากัด เขาว่าให้กัดรองเท้าเสียก่อน

ในภาษาคำโดด คำคำเดียวกันอาจมีความหมายใช้ได้หลายหน้าที่โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงรูปคำเลย จะรู้ความหมายและหน้าที่ได้ก็ด้วยดูตำแหน่งในประโยค เช่น ประโยคในตัวเลือกที่ 4 คำว่า “รองเท้า” ในวรรคแรกเป็นผู้กระทำ (ประธาน) เพราะมีตำแหน่งอยู่หน้า “กัด” ซึ่งเป็นคำกริยา ส่วน “รองเท้า” ในวรรคหลังเป็นผู้ถูกกระทำ (กรรม) เพราะมีตำแหน่งอยู่หลังคำกริยา เป็นต้น

4 ข้อใดแสดงวิธีบอกกาลตามแบบภาษาคำโดด

(1) เมื่อวานนี้เรายังดีกันอยู่ (2) เธอดีต่อผมมาก

(3) ดีแล้วที่เล่นโยคะ (4) ใครๆก็ชมว่าผมดี

ตอบ (1) เมื่อวานนี้เรายังดีกันอยู่

วิธีบอกกาลตามภาษาคำโดด คือ การแสดงเวลาที่กระทำกริยานั้นๆซึ่งจะใช้คำกริยารูปเดิม แต่มีคำอื่นๆมาช่วยประกอบเพื่อให้ทราบว่าเหตุการณ์ การกระทำ หรือสภาพนั้นๆเกิดขึ้นเมื่อใด เช่น เขากำลังกิน เขาจะกิน ฯลฯ แต่บางครั้งอาจไม่ต้องมีคำอื่นมาประกอบ ทั้งนี้อาศัยเหตุการณ์และสภาพแวดล้อมเป็นเครื่องชี้ เช่น เมื่อวานนี้เรายังดีกันอยู่ พรุ่งนี้เขากินข้าว

5 ข้อใดแสดงว่าภาษามีระบบเสียงสูงต่ำ

(1) ปั้นขนมให้เป็นก้อนก่อนซิ (2) แต่งกลอนให้ก่อนซิ

(3) ให้ช่างกล้อนผมเสียก่อน (4) เสียงกลองดังก้องไปหมด

ตอบ (1) ปั้นขนมให้เป็นก้อนก่อนซิ

ระบบเสียงสูงต่ำ (เสียงวรรณยุกต์) ในภาษาไทยคือ การกำหนดเสียงสูงต่ำไว้ตายตัวในคำแต่ละคำ เพื่อต้องการแยกความหมายโดยให้เสียงหนึ่งมีความหมายอย่างหนึ่ง หากเปลี่ยนเสียงความหมายก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วย เช่น ก่อน (เสียงเอก) = เดิม เริ่ม ลำดับแรก ก้อน (เสียงโท) = คำบอกลักษณะของเล็กๆที่เกาะหรือติดรวมกันแน่น เป็นต้น

6 สระเดี่ยวปรากฏอยู่ในข้อใด

(1) ง่อย (2) งอม (3) งิ้ว (4) เหงา

ตอบ (2) งอม

เสียงสระในภาษาไทยมี 28 เสียง แบ่งออกเป็น

สระเดี่ยว 18 เสียง ได้แก่ อะ อา อึ อื เอะ เออ (สระกลาง) อิ อี เอะ เอ แอะ แอ (สระหน้า) อุ อู โอะ ออ (สระหลัง)

สระผสม 10 เสียง ได้แก่ เอือะ เอือ เอา อาว ไอ อาย (สระกลาง) เอียะ เอีย (สระหลัง) ส่วน “ง่อย” และ “งิ้ว” ถึงแม้จะมีสระเดี่ยว ออ และ อิ แต่ลงท้ายด้วย ย และ ว ซึ่งเป็นพยัญชนะกึ่งสระ จึงถือเป็นสระผสม 2 เสียง คือ ออ+ย (ออ+อี) = ง่อย อิ + ว (อิ + อุ) = งิ้ว)

7 สระผสมปรากฏอยู่ในข้อใด

(1) มี (2) หมี (3) เมา (4) มุด

ตอบ (3) เมา ดูคำอธิบายข้อ 6 ประกอบ

8 พยัญชนะใดข้อใดมีกลุ่มลมตามออกมาด้วย

(1) หนาว (2) เหมา (3) เสา (4) เผา

ตอบ (4) เผา

พยัญชนะเสียงหนัก คือ พยัญชนะต้นที่เวลาออกเสียงจะมีกลุ่มลมตามออกมาด้วย หรือมีลมหายใจพุ่งออกมาจากหลอดลมโดยแรง (แรงกว่าพยัญชนะเสียงอื่น) และไม่ถูกขัดขวาง ได้แก่ ห (ฮ) รวมทั้งพยัญชนะที่มีเสียง ห ผสมอยู่ด้วย ได้แก่ (ข) ช (ฉ) ท (ถ) พ (ผ) เป็นต้น (ส่วน “หนาว” และ “เหมา” นั้น เสียง ห จะหายไป เพราะ พยัญชนะเสียงต่ำเดี่ยว (ง น ม ย ร ล ว) ที่มี ห นำ หรือ อ นำ จะไม่ออกเสียง ห หรือ อ)

9 หากอุดจมูก จะออกเสียงคำใดได้ยาก

(1) ยาม (2) ตาม (3) ราม (4) งาม

ตอบ (4) งาม

พยัญชนะนาสิก คือ พยัญชนะระเบิดที่เสียงออกทางจมูกซึ่งเกิดจากอวัยวะในการออกเสียงปิดสนิท ณ จุดใดจุดหนึ่งในปาก แต่เพดานอ่อนลดต่ำลง ทำให้ลมเปลี่ยนทางไปออกทางจมูกทันทีที่คลายการปิดกั้น ดังนั้นหากอุดจมูกก็จะออกเสียงได้ยาก ได้แก่ พยัญชนะต้น ง น ม

10 คำว่า “ราว” ออกเสียงใกล้เคียงกับข้อใด

(1) อา + อี (2) อา + อู (3) อี + อา (4) อู + อา

ตอบ (2) อา + อู

ถ้าออกเสียง อา ไม่ให้ขาดเสียง และแทนที่จะให้ลิ้นทอดราบกับปาก กลับค่อยๆกระดกลิ้นขึ้นจนเกือบชนเพดานในระดับของเสียง อู เสียงนั้นก็จะเป็นสระผสม อา + อู = อาว เช่น ราว สาว ชาว ฯลฯ แต่ถ้าออกเสียง อา แล้วกระดกลิ้นสูงไปจดเพดานอ่อนเข้า ก็จะกลายเป็นเสียง อา มี ว สะกด หรือ อา + ว = อาว เช่นกัน

Advertisement