THA1001 ลักษณะและการใช้ภาษาไทย การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2554

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2554
ข้อสอบกระบวนวิชา THA1001 ลักษณะและการใช้ภาษาไทย
คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด) 120 ข้อ)

1. คำว่า “น้ำ” ข้อใดออกเสียงยาวกว่าข้ออื่น ๆ
1. น้ำตา
2. ห้องน้ำ
3. น้ำแข็ง
4. น้ำประปา

ตอบ 2 หน้า 15 – 16 , 40 – 42 , 90 -91 (52067), 33 – 34, 60 – 61, 80 81 (H) อัตราการออกเสียงสั้นยาวตามภาษาพูดมาตรฐานจะใช้มาตราในการวัดความยาวของ เสียงคือ สระเสียงสั้นออกเสียง 1 มาตรา สระเสียงยาวออกเสียง 2 มาตรา นอกจากนี้ถ้าเป็นคำหลายพยางค์หรือคำประสม มักจะลงเสียงเน้นที่พยางค์หรือคำท้าย (ออกเสียงยาว 2 มาตรา) ส่วนคำที่ไม่ได้ลงเสียงเน้นก็มักจะสั้นลง (ออกเสียงสั้นเพียง 1 มาตรา) และหากเป็นคำเดี่ยวที่มีจังหวะเว้นระหว่างคำ น้ำหนักเสียงจะเสมอกัน เช่น คำว่า “ห้องน้ำ” เป็นคำประสม จึงลงเสียงเน้นที่พยางค์ท้ายยาว 2 มาตรา (ส่วนตัวเลือกข้ออื่น คำว่า “น้ำ” ที่อยู่พยางค์หน้าไม่ได้ลงเสียงเน้นจึงออกเสียงสั้นเพียง 1 มาตรา)

2. ข้อใดมีพยัญชนะที่เป็นอักษรควบแท้
1. จริงจัง
2. ทรงผม
3. สร้างสรรค์
4. ขวนขวาย

Advertisement

ตอบ 4 หน้า 22 – 26 (52067), 44 – 49 (H) การออกเสียงควบกล้ำในภาษาไทยมีอยู่ 2 ลักษณะดังนี้
1. เสียงกล้ำ กันสนิท (อักษรควบแท้) คือพยัญชนะคู่ที่ออกเสียงสองเสียงควบกล้ำไปพร้อมกันโดยเสียงทั้งสองจะร่วม เสียงสระและเสียงวรรณยุกต์เดียวกัน ซึ่งมีเพียงประเภทเดียวคือเมื่อพยัญชนะระเบิดนำแล้วตามด้วยพยัญชนะเหลวหรือ กึ่งสระ (ร ล ว) เช่น กราบกราน,เขลา,ขวาย,คลุกเคล้า,ตรอง,ปลา,ผลุด ฯลฯ
2. เสียงกล้ำ กันไม่สนิท (อักษรควบไม่แท้) คือ พยัญชนะคู่ที่มาด้วยกันแต่ไม่ได้ออกเสียงทั้งสองเสียงกล้ำไปพร้อมกัน และไม่ได้ร่วมเสียงสระและเสียงวรรณยุกต์เดียวกัน เช่น จริง (จิง), สร้าง (ส้าง), สระ (สะ), แทรก (แซก),ทราบ (ซาบ), ทรง (ซง) ฯลฯ

3. ข้อใดเขียนตัวควบกล้ำไม่ถูกต้อง
1. เขาชอบกินหมูกระทะ
2. เธอรีบไปกะทันหัน
3. เธอใช้คำกะทัดรัดดี
4. เขาทำงานกระตือรือร้นดี

ตอบ 1 คำที่เขียนตัวควบกล้ำผิด ได้แก่ กระทะ ซึ่งที่ถูกต้องคือ กระทะ

4. ข้อใดเขียนรูปวรรณยุกต์ถูกต้อง
1. ขนมคุกกี้หอมหวาน
2. ขนมเค้กร้านอร่อย
3. เสียงโน้ตดนตรีไพเราะ
4. เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโปรด

ตอบ 2 หน้า 33 – 37 (56067), 55 – 60 (H) เสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทยมี 5 เสียง 4 รูป คือ เสียงสามัญ (ไม่มีรูปวรรณยุกต์กำกับ), เสียงเอก ( ก่ ),เสียงโท ( ก้ ),เสียงตรี( ก๊ ),และเสียงจัตวา ( ก๋ )ซึ่งในคำบางคำ รูปและเสียงวรรณยุกต์อาจไม่ตรงกัน จึงควรเขียนรูปวรรณยุกต์ให้ถูกต้อง เช่น ขนมเค้กร้านอร่อย (ส่วนตัวเลือกข้ออื่นใช้รูปวรรณยุกต์ผิดจึงควรแก้ไขให้ถูกต้องเป็น ขนมคุกกี้หอมหวาน เสียงโน้ตดนตรีไพเราะ เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโปรด

5. “นายจางเป็นลูกจ้างที่ร้านละจ่างเขาชอบเรียกช้างว่า จ๊าง จ๊าง” ข้อความนี้แสดงลักษณะใดของภาษาไทย
1. มีระบบเสียงสูงต่ำ
2. มีคำขยายบอกจำนวนนับ
3. คำเดียวกันใช้ได้หลายหน้าที่
4. มีการใช้คำสุภาพตามฐานะของบุคคล

ตอบ 1 หน้า 2, 33 – 37 (52067),10,55, 58 (H) ระบบ เสียงสูงต่ำ (เสียงวรรณยุกต์)ในภาษาไทยคือ การกำหนดเสียงสูงต่ำไว้ตายตัวในคำแต่ละคำ เพื่อต้องการแยกความหมาย โดยให้เสียงหนึ่งมีความหมายอย่างหนึ่ง หากเปลี่ยนเสียงความหมายก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วย เช่น จาง (เสียงสามัญ)=น้อยไป แต่ในที่นี้ใช้เป็นชื่อคน,จ่าง (เสียงเอก) = สว่าง แต่ในที่นี้เป็นชื่ออาหารจีน (บะจ่าง),จ้าง(เสียงโท)= ผู้รับทำงาน เรียกลูกจ้างหรือผู้รับจ้าง เป็นต้น

6. ประโยคใดแสดงกาล
1.ไปกินข้าวกันไหม
2. กินข้าวกันเถอะ
3. กินข้าวแล้ว
4. กินข้าวเวลาใด

ตอบ 3 หน้า 2, 121 –123 (52067),7 – 8 (H) การ แสดงกาล คือ การแสดงให้รู้ว่ากริยากระทำเมื่อไรซึ่งนอกจากจะต้องอาศัยกริยาช่วยเพื่อบอก กาลเวลาที่ต่างกันแล้ว เช่น จะ (บอกอนาคต),กำลัง/อยู่(บอกปัจจุบัน,ได้/แล้ว (บอกอดีต) ฯลฯ ยังมีคำกริยาวิเศษณ์หรือกิยาบางคำช่วยแสดงกาล โดยอาศัยเหตุการณ์และสภาแวดล้อมเป็นเครื่องชี้ดังนี้
1. บอกปัจจุบัน ได้แก่ เดี๋ยวนี้, ขณะนี้, ตอนนี้, วันนี้ ฯลฯ
2. บอกอนาคต ได้แก่ พรุ่งนี้, มะรืนนี้, ปีหน้า, เดือนหน้า, ฯลฯ
3. บอกอดีต ได้แก่ เมื่อวานนี้, เมื่อก่อนนี้, เมื่อปีก่อน, เพิ่ง, มา ฯลฯ

7. ข้อใดมีคำบ่งบอกเพศ
1. เป็นแม่ทัพคนเก่ง
2. เป็นแม่ครัวโรงแรม
3. เป็นแม่พิมพ์ของชาติ
4. เป็นแม่กองการทำงาน

ตอบ 2 หน้า 2, 85,109 –110 (52067),6 – 7, 97 – 98 (H) คำ นามในภาษาไทยบางคำก็ระบุเพศได้ชัดเจนในตัวของมันเอง เช่น คำที่บอกเพศชาย ได้แก่ พ่อ พระ เณร ทิด เขย ชาย ตา ฯลฯ และคำที่บอกเพศหญิง ได้แก่ แม่ชี สะใภ้ หญิง สาว ป้า ยาย ฯลฯ นอกจากนี้คำประสมบางคำก็สามารถบ่งบอกเพศได้แจ่มแจ้งอยู่ในตัว เช่น แม่ครัว (ผู้หญิงที่ทำครัว), พ่อครัว (ผู้ชายที่ทำครัว)แต่บางคำก็ไม่สามารถบ่งบอกเพศได้ต้องอาศัยความแวดล้อม ประกอบ เช่น แม่ทัพ (ผู้คุมกองทัพ),แม่พิมพ์ (ครูอาจารย์ที่ถือเป็นแบบอย่างความประพฤติ),แม่กอง (ผู้เป็นนายกอง หัวหน้างาน) ฯลฯ

8. ข้อใดใช้สระเดี่ยวเสียงยาวทุกคำ
1.กอง แกง กิน
2. ไก่ เกลียด กลัง
3. เก่า ก้าว แกะ
4. แก้ว ก้อย โกง

ตอบ 1 หน้า 8-14 (52067),17, 26, 29 (H) เสียงสระในภาษาไทย ถ้านับทั้งเสียงสั้นและเสียงยาวจะมีอยู่ 28 เสียง คือ 1. สระเดี่ยว 18 เสียง ได้แก่ อะ อิ อึ อุ เอะ แอะ เออะ โอะ เอาะ (เสียงสั้น) อา อี อื อู เอ แอ เออ โอ ออ (เสียงยาว) 2. สระ ผสม 10 เสียง ได้แก่ เอียะ เอือะ อัวะ เอา ไอ (เสียงสั้น) เอีย เอือ อัว อาว อาย (เสียงยาว) (ส่วนคำว่า “แก้ว” กับ “ก้อย” ลงท้ายด้ายพยัญชนะกึ่งสระ ย/ว จึงอาจเป็นได้ทั้งสระเดี่ยวเสียงยาว และสระผสม 2 เสียง คือ สระแอ + ว (แอ + อู) = แก้ว และสระออ + ย (ออ + อี) = ก้อย

9. ข้อใดใช้สระเดี่ยวเสียงสั้นมากที่สุด
1. เพื่อน พู่ เพลา พอง พรุ่ง
2.พิง ไพร่ พอ เพลิน พัง
3. พัน ไพ่ พลุ พราน เพียง
4. พัก พูด เพราะ พริก แพะ

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 8 ประกอบ (คำที่ใช้สระเดี่ยวเสียงสั้น ได้แก่ พรุ่ง พิง พัง พัน พลุ พัก เพราะ พริก แพะ

10. คำใดใช้สระผสมเสียงสั้น
1. เขิน
2. แข็ง
3. เขา
4. ขัด

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 8 ประกอบ

Advertisement