LIS1001 สารสนเทศและเทคโนโลยีเพื่อการค้นคว้า การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2556

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา 2556

ข้อสอนกระบวนวิชา LIS 1001 สารสนเทศและเทคโนโลยีเพื่อการค้นคว้า

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ)

1.    ข้อใดเป็นลักษณะของสารสนเทศที่สำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพการดำรงชีวิตของมนุษย์

Advertisement

(1)  ความสมบูรณ์

(2) ความถูกต้อง   

(3) ความเที่ยงตรง

(4) ความทันสมัย

ตอบ 2 หนา 5(IS 103 เลขพิมพ์ 53345 หน้า 5-6) สารสนเทศที่มีความถูกต้องเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพการดำรงชีวิตของมนุษย์ในทุกด้าน ซึ่งก่อให้เกิด ประโยชน์ดังต่อไปนี้     

1. ลดอัตราการตายจากโรคภัยไข้เจ็บ

2. ช่วยให้ประชาชนเป็นผู้บริโภคอย่างฉลาด รู้จักเลือกใช้สินค้าที่มีประโยชน์ และประเมิน คุณภาพของสินค้าได้     

3. พัฒนาประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น

4.ช่วยลดความผิดพลาดในการตัดสินใจ

5. ส่งเสริมการศึกษาค้นคว้า และลดค่าใช้จ่ายจากการทำวิจัยซ้ำซ้อน 

6. รู้จักแก้ปัญหาได้ดีขึ้น

7. เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างองค์ความรู้

8. เป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาประเทศ

2.    ข้อใดเป็นองค์ประกอบช่วยให้ประชาชนมีความฉลาด รู้จักเลือกใช้สินค้าที่มีประโยชน์

(1)  ข้อมูล    

(2) ความรู้    

(3) สารสนเทศ     

(4) ปัญญา

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ

3.    “การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันขององค์กร”เป็นแนวความคิดของสังคมใด

(1)  สังคมโบราณ 

(2) สังคมเกษตรกรรม  

(3) สังคมอุตสาหกรรม 

(4) สังคมสารสนเทศ

ตอบ 4 หน้า 135 – 6 สังคมในศตวรรษที่ 21 เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาที่มีพื้นฐานมาจาก สังคมสารสนเทศ เป็นสังคมที่นานาประเทศเร่งพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพหรือที่เรียกว่า “พนักงานแห่งภูมิปัญญา” (Knowledge Workerซึ่งมีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพต่าง ๆ ขึ้น โดยบุคลากรกลุ่มนี้จะใช้สารสนเทศและประสบการณ์ในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้แก่องค์กร รวมทั้งยังช่วยสร้างจุดแข็งให้แก่องค์กร ทำให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันและการต่อรอง ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ

4.    ข้อใดคืออักษรที่ชาวสุเมเรียนนำมาใช้บันทึกความรู้และเหตุการณ์สำคัญ

(1) เทวะนาคี 

(2) ไฮโรกลิฟิก     

(3) คานาดะ  

(4) คูนิฟอร์ม

ตอบ 4 หน้า 7-8 ชาวสุเมเรียนเป็นชนชาติแรกที่คิดประดิษฐ์ตัวอักษรคูนิฟอร์ม (Cuneiform) หรืออักษรรูปลิ่มขึ้นเมื่อประมาณ 3,100 B.Cซึ่งตัวอักษรรูปลิ่มนี้เกิดจากการใช้เหล็กแหลม หรือไม้กกกดลงบนแผ่นดินเหนียว แล้วนำไปเผาหรือตากให้แห้ง เพื่อใช้บันทึกเรื่องราว ทางประวัติศาสตร์ วรรณกรรม ศาสนา และนำไปรวมจัดเก็บในห้องสมุดแผ่นดินเหนียว ซึ่งห้องสมุดที่สำคัญ ได้แก่ ห้องสมุดเทลเลาะห์ (Telloh)

5.    ชาวกริกโบราณได้พัฒนางานการบันทึกข้อมูลในข้อใด

(1) อักษรคูนิฟอร์ม

(2) แผ่นหนังสัตว์โคเด็กซ์    

(3) อักษรไฮโรกลิฟิก   

(4) กระดาษปาไปรัส

ตอบ 2 หน้า 9 ชาวกรีกโบราณได้นำแผ่นหนังสัตว์ฟอกมาใช้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ แทนแผ่นดินเหนียว กระดาษปาไปรัส แผ่นไม้ แผ่นหิน แผ่นบรอนซ์ ฯลฯ ซึ่งแผ่นหนังสัตว์เหล่านี้เมื่อนำมาเย็บรวมกันเป็นเล่มจะเรียกว่า “โคเด็กซ์” (Codexหรือหนังสือแผ่นหนังสัตว์ ซึ่งถือเป็นต้นแบบ ของการเย็บเล่มหนังสือในปัจจุบัน โดยห้องสมุดที่รวบรวมแผ่นหนังที่สำคัญคือ ห้องสมุด เปอร์กามัมของกรีก

6.    ใครเป็นชนชาติแรกที่บันทึกข่าวสารความรู้ลงบนแผ่นดินเหนียว

(1) ชาวอัสสิเรียน  

(2) ชาวบาบิโลเนียน    

(3) ชาวบอร์เวเจียน     

(4) ชาวสุเมเรียน

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 4. ประกอบ

7. ข้อใดกล่าวถึงกำเนิดของห้องสมุดไม่ถูกต้อง   

(1) เกิดขึ้นพร้อมกับการที่มนุษย์รู้จักขีดเขียน

(2)  รวบรวมความรู้ไว้เป็นมรดกตกทอดถึงชนรุ่นหลัง

(3)  ต้องการแหล่งจารึกความรู้ความคิดและเหตุการณ์ต่าง ๆ

(4)  สะสมสรรพวิทยาการเฉพาะเรื่องที่ผ่านการกลั่นกรองแล้ว

ตอบ 4 (IS 103 เลขพิมพ์ 53345 หน้า 6-814) ห้องสมุดเกิดขึ้นพร้อมกับการที่มนุษย์รู้จักขีดเขียน และต้องการจารึกความรู้ ความคิด และเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้ใช้ในภายหลัง เพื่อเป็นมรดกตกทอดถึงชนรุ่นหลัง

8.    ห้องสมุดประชาชนของไทยเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยใด

(1) รัชกาลที่ 1

(2) รัชกาลที่ 2

(3) รัชกาลที่ 3

(4) รัชกาลที่ 4

ตอบ 3 หน้า 12(คำบรรยาย) ในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้าฯ ให้มีการปฏิสังขรณ์วัตพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือวัดโพธิ์ เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษ หาความรู้ในศิลปวิทยาการด้านต่าง ๆ ของประชาชนทั่วไป เช่น ตำรายาแพทย์แผนไทย วรรณคดี ประวัติพระพุทธศาสนา ฯลฯ ทั้งนี้ได้มีการจารึกความรู้ต่าง ๆ ลงบนแผ่นศิลาที่ประดับไว้ตามระเบียงศาลารอบพระอุโบสถ ดังนั้นวัดพระเชตุพนฯ จึงถือเป็นห้องสมุดประชาชนแห่งแรกในประเทศไทย และยังได้ชื่อว่า เป็นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์แห่งแรกของไทยอีกด้วย

9.    ข้อใดเป็นรากฐานของหอสมุดแห่งชาติในปัจจุบัน

(1) หอพระมณเฑียรธรรม   

(2) หอพุทธสาสนสังคหะ

(3) หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร  

(4) หอพระสมุดวชิรญาณ

ตอบ 3 หน้า 12(IS 103 เลขพิมพ์ 53345 หน้า 10) ในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้รวมหอพระมณเฑียรธรรม หอพุทธสาสนสังคหะ และหอพระสมุดวชีรญาณเข้าด้วยกัน จากนั้น จึงสร้างเป็นห้องสมุดแห่งใหม่ในพระบรมมหาราชวังชื่อว่า “หอพระสมุดวชีรญาณสำหรับพระนคร” ซึ่งถือเป็นรากฐานของหอสมุดแห่งชาติในปัจจุบัน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้ย้าย มาอยู่ที่ตึกถาวรวัตถุนอกพระบรมมหาราชวัง จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 7 ได้โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเป็น “หอสมุดแห่งชาติ” และใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

10. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่สำคัญของหอสมุดแห่งชาติ

(1) รวบรวมและจัดพิมพ์บรรณานุกรมแห่งชาติ  

(2) เป็นศูนย์กลงความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น

(3)  รับมอบสิ่งพิมพ์ทุกเล่มที่จัดพิมพ์ในประเทศไทย

(4)  เป็นศูนย์กลางบริการมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ

ตอบ 2 หน้า 24 – 25(คำบรรยาย) หอสมุดแห่งชาติมีหน้าที่สำคัญ ดังนี้

1.    เป็นศูนย์กลางในการเก็บรวบรวม สงวนรักษา จัดระบบ และให้บริการมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมของชาติทุกรูปแบบ เช่น ต้นฉบับเพลงไทยและเพลงลากล ตัวพิมพ์ วัสดุไม่ตีพิมพ์ ฯลฯ

2.    เผยแพร่และบริการสารสนเทศที่ได้รวบรวมไว้แก่นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย และบุคคลทั่วไป

3.    เป็นศูนย์ข้อมูลและกำหนดหมายเลข ISSN และ ISBN

4.    รับมอบสิ่งพิมพ์ทุกเล่มที่จัดพิมพ์ขึ้นภายในประเทศ เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าวิจัย

5.    รวบรวมและจัดพิมพ์บรรณานุกรมแห่งชาติ

6.    สงวนรักษาสื่อความรู้และความคิดของคนในชาติ เพื่อเป็นมรดกของชาติ

Advertisement