LAW4006 กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลและคดีอาญา 1/2555

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2555

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4006 กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลและคดีอาญา

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1 ปรานีหรือนอม แซ่ผ่าน เป็นบุตรนายยิน นางเกียว แซ่ผ่าน ซึ่งเป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยได้รับอนุญาต (มีใบต่างด้าว) ปรานีเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ. 2490 ปรานีได้อยู่กินกันฉันสามีภริยากับนายกู้ แซ่โง ญวนอพยพโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสเกิดบุตรใน ประเทศไทยสองคนก่อนวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515 เจ้าหน้าที่กิจการญวนอพยพได้ใส่ชื่อนาย ปรานี และบุตรทั้งสองคนเป็นญวนอพยพ การใส่ชื่อดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2456

มาตรา 3 “บุคคลเหล่านี้ได้บัญญัติว่าเป็นคนไทย คือ

(3) บุคคลผู้ได้กําเนิดในพระราชอาณาจักรสยาม” พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 “บุคคลดังต่อไปนี้ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด

(3) ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย”

พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535

มาตรา 7 “บุคคลดังต่อไปนี้ย่อมได้สัญชาติไทย โดยการเกิด

(1) ผู้เกิดโดยบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย”

มาตรา 10 “บทบัญญัติมาตรา 7(1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย”

ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337

ข้อ 1 ให้ถอนสัญชาติไทยของบรรดาบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาเป็นคนต่างด้าว หรือมารดาเป็นคนต่างด้าว แต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย และในขณะที่เกิดบิดาหรือมารดานั้นเป็น

(1) บุคคลผู้ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษ

(2) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเพียงชั่วคราว

(3) บุคคลผู้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

ข้อ 2 บุคคลตามข้อ 1 ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยเมื่อประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับแล้ว ไม่ได้สัญชาติไทย เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นสมควรและสั่งเฉพาะรายเป็นประการอื่น

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

1 กรณีการใส่ชื่อนายกู้เป็นคนญวนอพยพ ตามข้อเท็จจริง นายกู้ แซโง เป็นคนญวนอพยพ อยู่แล้ว ดังนั้น การใส่ชื่อนายกู้เป็นคนญวนอพยพจึงถูกต้อง

2 กรณีการใส่ชื่อปรานีเป็นคนญวนอพยพ ตามข้อเท็จจริง ปรานีเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ. 2490 ปรานี้จึงได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามหลักดินแดนตาม พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2456 มาตรา 343) และปรานี้จะไม่ถูกถอนสัญชาติตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 (มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515)เพราะบิดามารดาของปรานี คือ นายยิน และนางเกียว แซ่ผ่าน เป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยชอบด้วยกฎหมาย (มีใบต่างด้าว) ดังนั้น การใส่ชื่อปรานี้เป็นคนญวนอพยพจึงไม่ถูกต้อง

3 กรณีการใส่ชื่อบุตรทั้งสองคนเป็นญวนอพยพ ตามข้อเท็จจริง การที่บุตรทั้งสองคน เกิดในประเทศไทยก่อนวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515 บุตรทั้งสองคนย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตาม พ.ร.บ. สัญชาติ 1.ศ. 2508 มาตรา 7(3) และเมื่อประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 มีผลใช้บังคับ (มีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515) บุตรทั้งสองจะไม่ถูกถอนสัญชาติไทย เพราะบิดาเป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนมารดามีสัญชาติไทย (คําพิพากษาฎีกาที่ 1746/2532) และเมื่อ พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มีผล ใช้บังคับ (มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535) บุตรทั้งสองคนจะได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตาม พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 7(1) ประกอบมาตรา 10 เพราะเกิดโดยมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ดังนั้น การใส่ชื่อบุตรทั้งสองคนเป็นญวนอพยพจึงไม่ถูกต้อง

สรุป

การที่เจ้าหน้าที่กิจการญวนอพยพได้ใส่ชื่อนายกู๋ ปรานี และบุตรทั้งสองคนเป็นญวนอพยพนั้น การใส่ชื่อนายกู๋ถูกต้อง แต่การใส่ชื่อปรานี และบุตรทั้งสองว่าเป็นคนญวนอพยพไม่ถูกต้อง

 

Advertisement