Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2561

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4006 กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลและคดีอาญา

คําแนะนํา

ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1 ริกะเกิดที่ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2538 จากมารดาและบิดาคนสัญชาติญี่ปุ่นซึ่งจดทะเบียนสมรสกันโดยบิดาและมารดาของริกะเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทําวิจัยในประเทศไทย ให้นักศึกษาวินิจฉัยว่า ริกะเป็นผู้ที่ได้รับสัญชาติไทยหรือไม่ อย่างไร

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย

พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535

มาตรา 7 “บุคคลดังต่อไปนี้ย่อมได้สัญชาติไทย โดยการเกิด

(1) ผู้เกิดโดยบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย

(2) ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย ยกเว้นบุคคลตามมาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง”

พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง “ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าวย่อมไม่ได้รับสัญชาติไทย ถ้าในขณะที่เกิด บิดาตามกฎหมาย หรือบิดาซึ่งมิได้ สมรสกับมารดา หรือมารดาของผู้นั้นเป็น

(1) ผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย

(2) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเพียงชั่วคราว หรือ

(3) ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่รกะเกิดในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2538 นั้น ถือว่าริกะเกิดในราชอาณาจักรไทย ภายหลังจากที่ พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ประกาศใช้บังคับแล้ว และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าบิดาและ มารดาของริกะเป็นคนสัญชาติญี่ปุ่นซึ่งได้จดทะเบียนสมรสกัน โดยบิดาและมารดาของริกะเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาต ให้เข้ามาทําวิจัยในประเทศไทย ดังนั้น แม้ว่าริกะจะเกิดในราชอาณาจักรไทย ริกะก็ไม่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 (2) เนื่องจากริกะเป็นบุคคลตามมาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง (2) กล่าวคือ ริกะเป็นผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดา และมารดาเป็นคนต่างด้าว และในขณะที่ริกะเกิดนั้นบิดาตามกฎหมายหรือมารดาเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ ในราชอาณาจักรเพียงชั่วคราว

สรุป

ริกะไม่ได้รับสัญชาติไทย

 

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?