LAW4004 กฎหมายแรงงานและการประกันสังคม การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2554

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2554

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4004 กฎหมายแรงงานและการประกันสังคม

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายสมสมัยทำสัญญาจ้าง น.ส.สุธิดาและนายพรชัยเป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างทดลองงาน มีกำหนด เวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554 ตกลงชำระสินจ้างเดือนละ 15,000 บาท ทุก ๆ วันสิ้นเดือน ในระหว่างการทำงานนายสมสมัยนายจ้างได้ประเมินผลการทำงานปรากฏว่า น.ส.สุธิดาไม่ผ่าน การประเมินการทำงาน นายสมสมัยจึงบอกเลิกสัญญาจ้างทันทีเมื่อครบกำหนดเวลา 1 ปี ในวันที่ 31 มีนาคม 2555 และให้เงินปลอบขวัญ 10,000 บาท แต่ น.ส.สุธิดาเห็บว่าไม่ถูกต้อง เช่นนี้ ท่านเห็นว่าอย่างไร เพราะเหตุใด จงอธิบาย

Advertisement

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

มาตรา 17 “สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้าง โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดย บอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน

การบอกเลิกสัญญาจ้างตามวรรคสอง นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างให้ตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึง เวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวและให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีได้…

มาตรา 30 วรรคแรก ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกวันทำงาน โดยให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวับหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้าหรือกำหนดให้ ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน

มาตรา 67 วรรคแรก ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยมิใช่กรณีตามมาตรา 119 ให้นายจ้าง จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้าง พึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา 30

มาตรา 118 “ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้

(2)       ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้าง อัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตาม ผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย 

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ ข้าพเจ้าเห็นว่า สัญญาจ้างแรงงานระหว่างนายสมสมัยกับ น.ส.สุธิดา เป็นสัญญาจ้างแรงงานมีกำหนด 1 ปี เมื่อครบกำหนดเวลา 1 ปีแล้ว สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงโดยไม่ต้องบอกกล่าว ล่วงหน้าตามมาตรา 17 วรรคแรก

แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า สัญญาจ้างดังกล่าวเป็นสัญญาจ้างทดลองงาน ซึ่งกฎหมายให้ถือว่า เป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ดังนั้น หากนายจ้างต้องการเลิกจ้างจะต้องทำตามมาตรา 17 วรรคสอง และวรรคสาม คือ นายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้ลูกจ้างทราบ ในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนด การจ่ายค่าจ้างในคราวใดคราวหนึ่ง เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากัน เมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป หรือนายจ้าง จะจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าว และให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีก็ได้ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายสมสมัยบอกเลิกสัญญาจ้าง น.ส.สุธิดาทันทีในวันที่ 31 มีนาคม 2555 และให้เงินปลอบขวัญ 10,000 บาท จึงไม่ถูกต้อง ดังนั้นการบอกเลิกสัญญาจ้างในวันที่ 31 มีนาคม 2555 นั้น ให้ถือว่าเป็นการบอกกล่าวล่วงหน้าและมีผลเป็นการเลิกสัญญาได้ในการจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้า คือวันที่ 30 เมษายน 2555 ซึ่งหากนายสมสมัยต้องการบอกเลิกสัญญาจ้าง น.ส.สุธิดา และให้ น.ส.สุธิดาออกจากงาน ในทันที นายสมสมัยก็ต้องจ่ายค่าจ้างของเดือนเมษายน 15,000 บาท ให้แก่ น.ส.สุธิดาตามมาตรา 17 วรรคสาม

และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า น.ส.สุธิดาทำงานมาแล้วเป็นเวลา 1 ปี แต่ยังไม่ครบ 3 ปี ดังนั้น เมื่อนายสมสมัยเลิกจ้าง น.ส.สุธิดา น.ส.สุธิดาย่อมมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามมาตรา 118(2) คือ 90 วัน (หรือ 3 เดือน) เมื่อ น.ส.สุธิดาได้รับค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท ดังนั้น นายสมสมัยต้องจ่ายค่าชดเชยให้ น.ส.สุธิดา (3 เดือน คูณด้วย 15,000 บาท) รวมเป็นจำนวนเงิน 45,000 บาท

และนอกจากนี้ เมื่อ น.ส.สุธิดาทำงานครบ 1 ปีแล้ว ย่อมมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุด พักผ่อนประจำปี 6 วันทำงาน ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 30 เมื่อนายสมสมัยเลิกจ้างจึงต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ น.ส.สุธิดาสำหรับวับหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างด้วยตามมาตรา 67 (เมื่อ น.ส.สุธิดาได้รับค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท อัตราค่าจ้างรายวัน = 15,000 บาท หารด้วย 30 = 500 บาท) ดังนั้น น.ส. สุธิดามีสิทธิได้รับ ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีอีก (500 X 6 วัน) เป็นเงิน 3,000 บาท

ดังนั้น การที่นายสมสมัยบอกเลิกสัญญาจ้าง น.ส.สุธิดาทันทีในวันที่ 31 มีนาคม 2555 และ ให้เพียงเงินปลอบขวัญ 10,000 บาท จึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

สรุป ข้าพเจ้าเห็นว่า การบอกเลิกสัญญาของนายสมสมัยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และ น.ส.สุธิดา มีสิทธิที่จะเรียกร้องในสิงดังต่อไปนี้ คือ

(1)       ค่าจ้างเดือนเมษายน 2555 เป็นเงิน 15,000 บาท

(2)       ค่าชดเชยที่ น.ส.สุธิดามีสิทธิได้รับเป็นเงิน 45,000 บาท

(3)       ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นเงิน 3,000 บาท

Advertisement