LAW4004 กฎหมายแรงงานและการประกันสังคม การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2555

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2555

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4004 กฎหมายแรงงานและการประกันสังคม

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. นางสาวต๋อยเป็นช่างเสริมสวยโดยใช้สถานที่บ้านของนายตู่เปิดบริการลูกค้า นายตู่เป็นผู้จัดหาสถานที่ โต๊ะ เก้าอี้ ของใช้ต่าง ๆ นางสาวต๋อยนำเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดผมและการเสริมสวยมาเท่านั้น รายได้จากการบริการลูกค้าแบ่งกับคนละครึ่ง นายตู่จะจ่ายเงินส่วนของนางสาวต๋อยทุกวันที่ 1 และ วันที่ 16 ของเดือน มีการตกลงเรื่องระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่านางสาวต๋อยต้องตอกบัตร ลงเวลาทำงาน หากไม่มาทำงานหรือมาสายจะต้องถูกหักค่าจ้าง นางสาวต๋อยมีบัตรบ่ระจำตัวพนักงานจากนายตู่ นางสาวต๋อยทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน ถ้านางสาวต๋อยปฏิบัติไม่ถูกกฎของทางร้าน นายตู่ก็จะตักเตือน ในการตกลงมาทำงานที่บ้านนายตู่นี้ นายตู่ได้ตกลงกับนางสาวต๋อยแล้วว่า นางสาวต่อย จะไม่มีสิทธิในเงินใด ๆ นอกจากรายได้ที่นายตู่จะให้เท่านั้น นางสาวต๋อยทำงานมาครบ 2 ปี นายตู่ ต้องการรับช่างเสริมสวยคนใหม่ที่น่ารักกว่านางสาวต๋อย จึงให้นางสาวต๋อยออกจากการทำงานโดย ไม่ได้จ่ายเงินใด ๆ ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า นางสาวต๋อยเป็นลูกจ้างนายตู่หรือไม่ และนางสาวต๋อย มีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยได้หรือไม่ อย่างไร

Advertisement

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

มาตรา 118 “ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้

(2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้าง อัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตาม ผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 “การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้าม ชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้น เป็นโมฆะ

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายตู่ให้นางสาวต๋อยออกจากการทำงานนั้น นางสาวต๋อยจะมีสิทธิ ได้รับเงินค่าชดเชยหรือไม่ ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประเด็นแรกมีว่า นางสาวต๋อยเป็นลูกจ้างของนายตู่หรือไม่ กรณีนี้ เห็นว่า การตกลงทำงานระหว่างนายตู่กับนางสาวต๋อยนั้น ได้มีการตกลงเรื่องระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ว่านางสาวต๋อยต้องตอกบัตรลงเวลาทำงาน หากไม่มาทำงานหรือมาสายจะต้องถูกหักค่าจ้าง โดยนายตู่มีอำนาจ สั่งการและการบังคับบัญชาให้นางสาวต๋อยปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของทางร้านและกำหนดเวลาทำงาน ตรวจสอบการทำงานและหักรายได้กรณีนางสาวต๋อยมาสายหรือขาดงาน ลักษณะของการทำงานและข้อตกลง ดังกล่าวจึงเข้าลักษณะของสัญญาจ้างแรงงาน ดังนั้นจึงถือว่านางสาวต๋อยเป็นลูกจ้างของนายตู่ (ฎีกาที่ 51/2537)

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยต่อมามีว่า เมื่อนายตู่ไต้ให้นางสาวต๋อยออกจากการทำงาน (เลิกจ้าง)นั้น นางสาวต๋อยจะมีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยหรือไม่ กรณีนี้เห็นว่า เมื่อนางสาวต๋อยลูกจ้างได้ทำงานมาครบ 2 ปี และ นายตู่นายจ้างได้เลิกจ้างนั้น นายตู่จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่นางสาวต๋อย โดยให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตาม ผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วยตามมาตรา 118(2)

ส่วนข้อตกลงที่ว่า นางสาวต๋อยจะไม่มีสิทธิในเงินใด ๆ นอกจากรายได้ที่นายตู่จะให้เท่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวถือว่าเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวแม้จะเป็นข้อตกลงระหว่าง นายจ้างกับลูกจ้างก็ตาม แต่เมื่อเป็นข้อตกลงที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ข้อตกลงนั้นจึงไม่มีผล ทางกฎหมาย คือตกเป็นโมฆะ ดังนั้นนายตู่จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่นางสาวต๋อยเมื่อได้เลิกจ้างตามจำนวน ดังกล่าวข้างต้น

สรุป นางสาวต๋อยเป็นลูกจ้างนายตู่ และมีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยเมื่อนายตู่เลิกจ้าง

Advertisement