LAW3012 กฎหมายปกครอง 1/2557

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2557

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3012 กฎหมายปกครอง

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. ก. นายแดงเป็นคนต่างด้าวลักลอบเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จและแสดงเอกสารราชการปลอมในการขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย พบหลักฐานดังกล่าวว่ามีการปลอมแปลงเอกสารพยานหลักฐานดังกล่าว จึงมีคําสั่งเพิกถอน รายการทะเบียนหรือหลักฐานทางทะเบียนราษฎร และมีคําสั่งเพิกถอนรายการบัตรประจําตัว ประชาชนของนายแดง โดยไม่ได้แจ้งให้นายแดงทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวแต่อย่างใด ขอให้ท่าน วินิจฉัยว่าคําสั่งดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด ขอให้อธิบาย พร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ

ข. นายดําเป็นข้าราชการพลเรือนถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ผู้บังคับบัญชาจึงตั้ง กรรมการสอบสวนข้อกล่าวหาดังกล่าว ปรากฏว่าคณะกรรมการสอบสวนมีความเห็นว่า นายดํา มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรงจริงตามข้อกล่าวหา ดังนี้ผู้บังคับบัญชาจะใช้ดุลพินิจในการมีคําสั่ง ลงโทษทางวินัยกับนายดําเลยทันทีได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ขอให้อธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ

ธงคําตอบ

ก. หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

มาตรา 5 “คําสั่งทางปกครอง หมายความว่า การใช้อํานาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มี ผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อ สถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการถาวรหรือชั่วคราว เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับจดทะเบียน แต่ไม่หมายความรวมถึงการออกกฎ”

มาตรา 30 วรรคแรก “ในกรณีที่คําสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ ต้องให้คู่กรณีมีโอกาสที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ คําสั่งของเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยที่ให้เพิกถอนรายการทะเบียนหรือ หลักฐานทางทะเบียนราษฎร และมีคําสั่งเพิกถอนรายการบัตรประจําตัวประชาชนของนายแดงเป็นคําสั่งทางปกครอง ตามนัยมาตรา 5 ดังนั้น เมื่อเป็นคําสั่งทางปกครองที่จะกระทบถึงสิทธิของคู่กรณีคือนายแดง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้ง ให้นายแดงได้ทราบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว และไม่เปิดโอกาสให้นายแดงได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน ก่อนออกคําสั่งทางปกครองดังกล่าว ดังนั้น คําสั่งดังกล่าวจึงเป็นคําสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สรุป

คําสั่งดังกล่าวของเจ้าหน้าที่เป็นคําสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

ข. หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

มาตรา 97 “ภายใต้บังคับวรรคสอง ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ลงโทษปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนํามาประกอบการพิจารณา ลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษลงต่ำกว่าปลดออก

ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนหรือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 93 วรรคหนึ่ง หรือผู้มีอํานาจตามมาตรา 94 เห็นว่าข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 ส่งเรื่องให้ อ.ก.พ.จังหวัด อ.ก.พ.กรม หรือ อ.ก.พ.กระทรวง ซึ่งผู้ถูก กล่าวหาสังกัดอยู่ แล้วแต่กรณีพิจารณา เมื่อ อ.ก.พ. ดังกล่าวมีมติเป็นประการใด ให้ผู้บังคับบัญชา ซึ่งมีอํานาจ สั่งบรรจุตามมาตรา 57 สั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในกฎ ก.พ.

วินิจฉัย

ในกรณีที่ข้าราชการพลเรือนถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง การที่จะลงโทษทาง วินัยแก่ข้าราชการพลเรือนผู้นั้นโดยการปลดออก หรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณีนั้น กฎหมายไม่ได้ บัญญัติให้เป็นอํานาจในการใช้ดุลพินิจแก่ผู้บังคับบัญชาในการลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรง แต่ได้บัญญัติว่า ผู้บังคับบัญชาจะมีคําสั่งลงโทษทางวินัยร้ายแรงได้ต้องผูกพันตามมติของ อ.ก.พ. กล่าวคือ ให้ผู้บังคับบัญชาส่ง เรื่องให้ อ.ก.พ. พิจารณาก่อน เมื่อ อ.ก.พ. มีมติเป็นประการใดแล้ว ก็ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไป ตามนั้น (มาตรา 97 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551)

ดังนั้น ตามอุทาหรณ์ การที่นายดําซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่าง ร้ายแรงและคณะกรรมการสอบสวนก็มีความเห็นว่า นายดํามีความผิดวินัยอย่างร้ายแรงจริงตามข้อกล่าวหา ดังนี้ ผู้บังคับบัญชาจะใช้ดุลพินิจในการมีคําสั่งลงโทษทางวินัยกับนายดําทันทีไม่ได้ ผู้บังคับบัญชาจะต้องส่งเรื่องให้ อ.ก.พ. พิจารณาก่อน เมื่อ อ.ก.พ. มีมติเป็นประการใดแล้ว ผู้บังคับบัญชาจึงค่อยสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามมติ ของ อ.ก.พ. นั้น

สรุป

ผู้บังคับบัญชาจะใช้ดุลพินิจในการมีคําสั่งลงโทษทางวินัยกับนายดําทันทีไม่ได้ ตามเหตุผล และหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น