LAW3012 กฎหมายปกครอง 1/2556

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3012 กฎหมายปกครอง

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. ก) นายแดงมีข้อพิพาทเป็นคดีความกับนายดําในศาลแพ่ง โดยได้แต่งตั้งนายเหลืองเป็นทนายความให้กับตน ต่อมานายแดงพบว่านายเหลืองกระทําการขัดต่อจรรยาบรรณและมรรยาทของทนายความโดยนําข้อเท็จจริงของตนไปบอกให้นายดําทราบ จึงร้องต่อคณะกรรมการมรรยาท ทนายความ ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าไม่มีมูล ประธานกรรมการ มรรยาททนายความอาศัยอํานาจตามข้อ 11 ของข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการสอบสวน คดีมรรยาททนายความฯ จึงมีคําสั่งไม่รับคํากล่าวหาของนายแดง ขอให้ท่านวินิจฉัยว่าคําสั่ง ไม่รับคํากล่าวหาดังกล่าวของประธานกรรมการมรรยาททนายความ เป็นคําสั่งทางปกครองหรือไม่ เพราะเหตุใด ขอให้อธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ

Advertisement

ข) กรณีที่ข้าราชการพลเรือนถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงนั้น ผู้บังคับบัญชาจะต้องดําเนินการทางวินัยตลอดจนการลงโทษทางวินัยอย่างไร ขอให้อธิบายพร้อมยกหลักกฎหมาย ประกอบ

ธงคําตอบ

ก) ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 5 “คําสั่งทางปกครอง” หมายความว่า

1 การใช้อํานาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล ในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่า จะเป็นการถาวรหรือชั่วคราว เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัย การอุทธรณ์ การรับรอง และ การรับจดทะเบียน แต่ไม่หมายความรวมถึงการออกกฎ

2 การอื่นที่กําหนดในกฎกระทรวง

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ซึ่งใช้อํานาจหรือได้รับมอบให้ ใช้อํานาจทางปกครองของรัฐในการดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งขึ้นในระบบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการอื่นของรัฐหรือไม่ก็ตาม

และกรณีที่จะเป็นคําสั่งทางปกครองตามมาตรา 5(1) นั้น จะต้องมีองค์ประกอบดังนี้ คือ

1 ต้องเป็นคําสั่งที่ออกโดยเจ้าหน้าที่

2 ต้องมีลักษณะเป็นการใช้อํานาจตามกฎหมาย

3 ต้องมีลักษณะเป็นการแสดงเจตนาของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล

4 ต้องก่อให้เกิดผลเฉพาะกรณีหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง

5 ต้องมีผลโดยตรงไปสู่ภายนอกฝ่ายปกครอง

กรณีตามอุทาหรณ์ คณะกรรมการมรรยาททนายความ เป็นคณะบุคคลซึ่งใช้อํานาจตามข้อ 11 ของข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการสอบสวนคดีมรรยาททนายความ จึงเป็นเจ้าหน้าที่ตามนัยของมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ดังกล่าวข้างต้น ดังนั้นการที่ประธานกรรมการมรรยาททนายความ อาศัยอํานาจตามกฎหมายดังกล่าวมีคําสั่งไม่รับคํากล่าวหาของนายแดง ซึ่งคําสั่งนั้นจะมีผลกระทบต่อสถานภาพ ของสิทธิของนายแดง คือมีผลเป็นการระงับสิทธิในการกล่าวหาของนายแดงผู้กล่าวหา คําสั่งไม่รับคํากล่าวหาของ นายแดงดังกล่าวจึงเป็นคําสั่งทางปกครองเพราะครบองค์ประกอบของคําสั่งทางปกครองตามนัยของมาตรา 5(1) แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

สรุป

คําสั่งไม่รับคํากล่าวหาดังกล่าวของประธานกรรมการมรรยาททนายความ เป็นคําสั่งทางปกครอง

ธงคําตอบ

ข) ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการที่ ผู้บังคับบัญชาจะต้องดําเนินการทางวินัยตลอดจนการลงโทษทางวินัย ในกรณีที่ข้าราชการพลเรือนถูกกล่าวหาว่า กระทําผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงไว้ดังนี้ คือ

1 เมื่อมีการกล่าวหาว่าข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทําผิดวินัย ให้ผู้บังคับบัญชามี หน้าที่ต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 ทราบโดยเร็ว และให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมี อํานาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 ดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้โดยเร็วด้วยความยุติธรรมและโดยปราศจากอคติ (มาตรา 90)

2 เมื่อได้รับรายงานตามมาตรา 90 ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 รีบดําเนินการหรือสั่งให้ดําเนินการสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าผู้นั้นกระทําผิด วินัยหรือไม่ ถ้าเห็นว่ากรณีไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยก็ให้ยุติเรื่องได้

ในกรณีที่เห็นว่ามีมูลที่ควรกล่าวหาว่าข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทําผิดวินัยโดยมี พยานหลักฐานในเบื้องต้นอยู่แล้ว ให้ดําเนินการต่อไปตามมาตรา 92 (มาตรา 91)

3 ในกรณีที่ผลการสืบสวนหรือพิจารณาตามมาตรา 91 ปรากฏว่ากรณีมีมูลถ้าความผิดนั้น มิใช่เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และได้แจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ พร้อมทั้ง รับฟังคําชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาแล้ว และเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทําผิดตามข้อกล่าวหาให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษ ตามควรแก่กรณีโดยไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ได้ (มาตรา 92) โดยอาจสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิด และถ้ากรณีกระทําผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอันควร งดโทษ จะงดโทษให้โดยให้ทําทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้ (มาตรา 96)

แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทําผิด ตามข้อกล่าวหา ให้ผู้บังคับบัญชาดังกล่าวสั่งยุติเรื่อง (มาตรา 92 วรรคสอง)

Advertisement