การสอบไล่ภาค  1 ปีการศึกษา 2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3011 กฎหมายลักษณะพยาน

Advertisement

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  3  ข้อ

ข้อ 1        โจทก์ฟ้องว่า  ในการฟ้องคดีนี้  โจทก์มอบอำนาจให้นายมิตรเป็นผู้ฟ้องคดีแทนตามหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้อง  เมื่อระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2549 จำเลยได้ซื้อสินค้าไปจากโจทก์หลายครั้งหลายรายการ  เป็นเงินรวม 200,000 บาท  แต่จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระราคา  ขอให้บังคับจำเลย  จำเลยให้การว่า  โจทก์ไม่ได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีโดยถูกต้องตามกฎหมาย  โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง  จำเลยไม่ผิดสัญญาแต่โจทก์เองเป็นฝ่ายผิดสัญญาที่ได้แต่งตั้งให้จำเลยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์แต่เพียงผู้เดียวในเขตจังหวัด  แต่โจทก์กลับจำหน่ายสินค้าให้แก่นิติบุคคลหลายรายในเขตจังหวัดในราคาที่ต่ำกว่าจำหน่ายให้แก่จำเลย  และคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้วเพราะมิได้ฟ้องคดีภายในกำหนด 2 ปี นับแต่วันส่งมอบ  ขอให้ยกฟ้อง

Advertisement

เช่นนี้  คดีมีประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบประการใด  และถ้าคู่ความต่างแถลงไม่ติดใจสืบพยาน  ศาลจะตัดสินให้ฝ่ายใดเป็นฝ่ายชนะคดี

แนวคำตอบ           

Advertisement

ในส่วนประเด็นข้อพิพาท   อธิบายข้อกฎหมายเรื่องที่มาของประเด็นข้อพิพาท (2  คะแนน)

ประเด็นข้อพิพาทในคดีตามอุทาหรณ์  มีดังนี้ (6  คะแนน)

Advertisement

1.   จำเลยต้องชำระราคาสินค้าตามฟ้องหรือไม่ 

2.   คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่

Advertisement

ส่วนที่จำเลยให้การว่า    โจทก์ไม่ได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีโดยถูกต้องตามกฎหมาย     โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น    จำเลยไม่ได้ให้เหตุผลว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมายใดหรือเพราะเหตุใด   จึงเป็นคำให้การที่ไม่ได้อ้างเหตุแห่งการปฏิเสธตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง   ข้ออ้างดังกล่าวจึงไม่มีประเด็น*2  คะแนน)

ส่วนหน้าที่นำสืบ    อธิบายข้อกฎหมายตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 84/1 

ประเด็นข้อที่ 1.   โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยซื้อสินค้าไปจากโจทก์แล้วไม่ชำระ   จำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้ซื้อสินค้าไปจากโจทก์ตามฟ้อง    ถือว่าจำเลยให้การรับว่าจำเลยได้ซื้อสินค้าไปจากโจทก์ตามฟ้อง   แต่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงเรื่องโจทก์ผิดสัญญาที่แต่งตั้งให้จำเลยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์แต่ผู้เดียวในจังหวัดแล้ว  โจทก์กลับจำหน่ายสินค้าให้แก่นิติบุคคลหลายรายในจังหวัดในราคาที่ต่ำกว่าจำหน่ายให้แก่จำเลยขึ้นปฏิเสธความรับผิดชำระราคาสินค้า   จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบในประเด็นข้อนี้**                                                                           

               ประเด็นข้อที่  2.    แม้จำเลยจะเป็นฝ่ายกล่าวอ้างข้อนี้ขึ้นมา    แต่ศาลฎีกาวางบรรทัดฐานไว้ว่า   การที่โจทก์ฟ้องนั้น    สันนิษฐานว่าเป็นฟ้องมาภายในกำหนดอายุความ    เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ   โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้ปรากฏว่าคดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ (3 คะแนน)

               คดีนี้   ถ้าคู่ความต่างแถลงไม่ติดใจสืบพยาน    โจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบในประเด็นข้อที่ 2   ต้องเป็นฝ่ายแพ้ในประเด็นข้อนี้และเมื่อโจทก์เป็นฝ่ายฟ้องคดี   โจทก์ย่อมแพ้คดีทั้งสำนวน    จำเลยแม้ไม่ได้สืบพยานตามหน้าที่นำสืบในประเด็นข้อที่ 2   ย่อมเป็นฝ่ายชนะคดีนี้ (5  คะแนน)

(หมายเหตุ   *ฎีกาที่ 68/2531  และ  **ฎีกาที่  6443/2544)

 


ข้อ 2
        นายดำถูกฟ้องเป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา  นายเหลืองประจักษ์พยานโจทก์เบิกความว่า  นายดำมิใช่คนร้ายกระทำความผิดตามฟ้องเพื่อช่วยเหลือนายดำซึ่งขัดกับคำให้การของนายเหลืองที่ให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนหลังเกิดเหตุทันทีว่านายดำเป็นผู้ฆ่าผู้ตาย พนักงานอัยการโจทก์จึงขออนุญาตต่อศาลเพื่อซักถามนายหลืองโดยใช้คำถามนำ  และขอสืบบันทึกคำให้การของนายเหลืองในชั้นสอบสวนประกอบการถามแล้วอ้างส่งเป็นพยานต่อศาล  ทนายของนายดำคัดค้านว่า  โจทก์จะใช้คำถามและสืบบันทึกคำให้การของนายเหลืองดังกล่าวไม่ได้และบันทึกคำให้การของนายเหลืองในชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่ารับฟังไม่ได้

                ให้วินิจฉัยว่า   ข้อคัดค้านของทนายดังกล่าวฟังขึ้นหรือไม่

แนวคำตอบ            คำเบิกความของนายเหลืองประจักษ์พยานโจทก์ที่ว่านายดำมิใช่คนร้ายกระทำความผิดตามฟ้องเป็นคำเบิกความที่เป็นปรปักษ์แก่โจทก์    โจทก์มีสิทธิขออนุญาตต่อศาลเพื่อซักถามนายเหลืองเสมือนหนึ่งเป็นพยานที่ฝ่ายจำเลยอ้างมาและใช้คำถามนำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา  117  วรรคหกและมาตรา 118  วรรคหนึ่ง    ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15   และมีสิทธินำบันทึกคำให้การของนายเหลืองในชั้นสอบสวนเข้าพิสูจน์ต่อพยานได้เพื่อแสดงว่าคำเบิกความของนายเหลืองในชั้นศาลไม่ควรเชื่อฟังเพราะต้องการช่วยเหลือจำเลยให้พ้นความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 120   ประกอบวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15   ข้อคัดค้านของทนายนายดำประเด็นนี้ฟังไม่ขึ้น

บันทึกคำให้การของนายเหลืองในชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่า   ห้ามมิให้ศาลรับฟังก็จริง    แต่เมื่อคำนึงถึงตามสภาพ   ลักษณะ   แหล่งที่มา   และข้อเท็จจริงแวดล้อมของบันทึกคำให้การของนายเหลืองในชั้นสอบสวนที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนทันทีหลังเกิดเหตุว่านายดำเป็นผู้ฆ่าผู้ตาย    โดยยังไม่มีโอกาสปรุงแต่งข้อเท็จจริงให้เป็นอย่างอื่นเพื่อช่วยเหลือนายดำในตอนนั้น    น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้   ศาลจึงรับฟังบันทึกคำให้การของนายเหลืองในชั้นสอบสวนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/3(1)    ข้อคัดค้านของทนายนายดำประเด็นนี้ก็ฟังไม่ขึ้น

 


ข้อ 3
         โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงิน  จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า  จำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินหรือรับเงินจากโจทก์  แต่จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวมอบให้โจทก์โดยยังไม่ได้กรอกข้อความ  เพื่อขอให้ผ่อนผันการจับกุมนางหยดย้อย ตามหมายจับของศาล  และเพื่อเป็นการค้ำประกันการชำระหนี้ของนางหยดย้อยซึ่งถูกนายพานิชญาติโจทก์แจ้งความดำเนินคดีและพนักงานอัยการฟ้องในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค  ต่อมาศาลพิพากษาจำคุกนางหยดย้อย  นายพานิชไม่อาจเรียกเงินตามเช็คจากนางหยดย้อยได้     จึงให้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้  ดังนี้ จำเลยสามารถนำพยานบุคคลมาสืบตามข้อเท็จจริงที่ต่อสู้ไว้ได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

แนวคำตอบ            วางหลักกฎหมาย    ป.วิ.พ.  มาตรา 94

ตามปัญหา    จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า    จำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินหรือรับเงินจากโจทก์    แต่จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวมอบให้โจทก์โดยยังไม่ได้กรอกข้อความ    เพื่อขอให้ผ่อนผันการจับกุมนางหยดย้อยตามหมายจับของศาล    และเพื่อเป็นการค้ำประกันการชำระหนี้ของนางหยดย้อยซึ่งถูกนายพานิชญาติโจทก์แจ้งความดำเนินคดีและพนักงานอัยการฟ้องในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค    ต่อมาศาลพิพากษาจำคุกนางหยดย้อย     นายพานิชไม่อาจเรียกเงินตามเช็คจากนางหยดย้อยได้    จึงให้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้    เช่นนี้    จำเลยสามารถนำพยานบุคคลมาสืบตามข้อเท็จจริงที่ต่อสู้ไว้ได้    เพราะเป็นการนำสืบถึงที่มาของการลงลายมื่อชื่อในสัญญากู้ยืมเงินเพื่อแสดงให้เห็นถึงความไม่มีมูลหนี้ที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์     หรืออีกนัยหนึ่งหนี้ที่ระบุไว้ในเอกสารไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคท้าย     หาใช่เป็นการนำสืบเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารอันเป็นการต้องห้ามมิให้นำสืบไม่

Advertisement