LAW3010 กฎหมายล้มละลาย 2/2556

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3010 กฎหมายล้มละลาย

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1. ในคดีล้มละลายเรื่องหนึ่ง ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา 19 ลูกหนี้ทําคําขอประนอมหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นําเข้าที่ประชุมเจ้าหนี้ เพื่อถามความเห็นของเจ้าหนี้ว่า จะยอมรับคําขอ ของลูกหนี้หรือไม่ โดยให้มีมติพิเศษ ปรากฏว่า “มีมติพิเศษ” ออกมาว่า

(1) จํานวนเจ้าหนี้ได้เสียงข้างมาก และ

(2) จํานวนหนี้ได้ 2 ใน 4 ของเจ้าหนี้ที่เข้าประชุมและออกเสียงเป็นมติพิเศษว่ายอมรับท่านในฐานะของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ต้องเป็นประธานในการประชุม เห็นว่า มติพิเศษนั้นขัดต่อ ข้อกฎหมายหรือไม่ และท่านจะแก้ไขประการใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483

มาตรา 6 “ในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“มติพิเศษ” หมายความว่า มติของเจ้าหนี้ฝ่ายข้างมาก และมีจํานวนหนี้เท่ากับสามในสี่แห่ง จํานวนหนี้ทั้งหมดของเจ้าหนี้ ซึ่งได้เข้าประชุมด้วยตนเองหรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทนในที่ประชุมเจ้าหนี้ และได้ออกเสียงลงคะแนนในมตินั้น”

มาตรา 31 วรรคแรก “เมื่อศาลได้มีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้ทั้งหลายโดยเร็วที่สุด เพื่อปรึกษาว่าจะควรยอมรับคําขอประนอมหนี้ของลูกหนี้ หรือ ควรขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายและปรึกษาถึงวิธีที่จะจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไป การประชุมนี้ ให้เรียกว่าประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก”

มาตรา 33 “ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นประธานในการประชุมเจ้าหนี้ทุกคราว และให้มี รายงานการประชุมลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย”

มาตรา 36 “เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่ามติของที่ประชุมเจ้าหนี้ขัดต่อกฎหมาย หรือ ประโยชน์อันร่วมกันของเจ้าหนี้ทั้งหลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจยื่นคําขอโดยทําเป็นคําร้องต่อศาล และ ศาลอาจมีคําสั่งห้ามมิให้ปฏิบัติการตามมตินั้นได้ แต่ต้องยืนต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติ”

วินิจฉัย

สําหรับ “มติพิเศษ” ตามคํานิยามมาตรา 6 นั้น จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์สําคัญ 2 ประการ

1 เป็นมติของเจ้าหนี้ฝ่ายข้างมาก กล่าวคือ ต้องมีเสียงของเจ้าหนี้มากกว่ากึ่งหนึ่งของเจ้าหนี้ที่ออกเสียงลงคะแนน

2 มีจํานวนหนี้ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจํานวนหนี้ทั้งหมดของเจ้าหนี้ที่ได้ออกเสียงลงคะแนน

กรณีตามอุทาหรณ์

การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นําคําขอประนอมหนี้ของลูกหนี้เข้าที่ประชุม เจ้าหนี้ เพื่อถามความเห็นของเจ้าหนี้ตามมาตรา 31 วรรคแรก นั้น แม้ที่ประชุมเจ้าหนี้จะมีมติพิเศษออกมาว่า จํานวนเจ้าหนี้ได้เสียงข้างมากยอมรับคําขอประนอมหนี้ของลูกหนี้ แต่เมื่อปรากฏว่าจํานวนหนี้ของเจ้าหนี้ฝ่ายข้างมาก มีเพียง 2 ใน 4 เท่านั้นที่ออกเสียงยอมรับคําขอประนอมหนี้ ดังนั้น มติของเจ้าหนี้ดังกล่าวจึงเป็นมติที่ไม่ชอบและ ขัดต่อกฎหมาย และมติดังกล่าวย่อมไม่ใช่มติพิเศษตามมาตรา 6 เพราะมีจํานวนหนีไม่ถึง 3 ใน 4 ของจํานวนหนี้ ทั้งหมดของเจ้าหนี้ที่ได้ออกเสียงลงคะแนน

และในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นประธานในการประชุมตามมาตรา 33 เห็นว่า “มติพิเศษ” นั้นขัดต่อ ข้อกฎหมายและจะแก้ไขตามมาตรา 36 ซึ่งมีหลักดังต่อไปนี้ คือ

1 ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่ามติพิเศษนั้นขัดต่อกฎหมาย

2 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําคําขอเป็นคําร้องยื่นต่อศาลเพื่อให้ศาลเพิกถอนหรือทําลายมตินั้น

3 ศาลอาจไม่อนุญาตให้ปฏิบัติตามมตินั้น

4 แต่ต้องส่งให้ศาลทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติ

สรุป

ข้าพเจ้าในฐานะของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ต้องเป็นประธานในการประชุม เห็นว่า มติพิเศษนั้นขัดต่อกฎหมาย และข้าพเจ้าจะแก้ไขตามหลักกฎหมายที่ได้อธิบายข้างต้น