LAW3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2 1/2558

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. ในคดีแพ่งเรื่องหนึ่งโจทก์ฟ้องจําเลยอ้างว่า จําเลยได้ทําการปิดทางภาระจํายอมที่โจทก์ใช้เข้าออกจากที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานของโจทก์สู่ทางสาธารณะ ทําให้โจทก์ใช้ทางภาระจํายอมนั้นไม่ได้ โจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากไม่สามารถใช้ทางนั้นขนส่งสินค้าจากโรงงานของโจทก์ได้ คํานวณค่าเสียหาย ได้จํานวน 5 ล้านบาท ขอให้ศาลบังคับให้จําเลยเปิดทางภาระจํายอมเพื่อให้โจทก์สามารถใช้เข้าออก โรงงานของตนได้ จําเลยยื่นคําให้การอ้างว่าทางที่จําเลยปิดกั้นนั้นไม่ใช่ทางภาระจํายอม ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ต่อมาศาลมีคําพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายแพ้คดี โจทก์ไม่พอใจในคําพิพากษา ของศาลชั้นต้น จึงต้องการยื่นอุทธรณ์คําพิพากษาขอให้ศาลอุทธรณ์มีคําพิพากษาให้จําเลย เปิดทางภาระจํายอมแก่โจทก์ เนื่องจากโจทก์ได้รับความเสียหายจากการปิดทางภาระจํายอม เป็น จํานวนเงิน 5 ล้านบาท ดังนี้ โจทก์จะอุทธรณ์ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 224 วรรคหนึ่ง “ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจํานวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ ไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือไม่เกินจํานวนที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เว้นแต่ ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลชั้นต้นได้ทําความเห็นแย้งไว้หรือได้รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้ หรือถ้า ไม่มีความเห็นแย้งหรือคํารับรองเช่นว่านี้ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น หรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคผู้มีอํานาจ แล้วแต่กรณี”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ โจทก์จะอุทธรณ์ได้หรือไม่ เห็นว่า ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง กําหนดไว้ว่า ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจํานวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกิน 50,000 บาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจํานวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันนี้ให้ถือเอาทุนทรัพย์ที่พิพาทกัน ในชั้นอุทธรณ์เป็นหลักในการพิจารณา ดังนั้น หากเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ย่อมไม่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหา ข้อเท็จจริงแต่อย่างใด

ตามข้อเท็จจริง การที่โจทก์ฟ้องศาลขอให้บังคับจําเลยเปิดทางภาระจํายอมเพื่อให้โจทก์สามารถ เข้าออกโรงงานของตนได้นั้น แม้โจทก์จะคํานวณค่าเสียหายจากการกระทําของจําเลยเป็นจํานวน 5 ล้านบาท แต่คดีที่โจทก์ฟ้องจําเลย ถือเป็นการฟ้องขอให้เปิดทางภาระจํายอม ไม่ใช่การฟ้องเพื่อเรียกค่าเสียหาย จึงเป็นคดี ไม่มีทุนทรัพย์ ดังนั้น โจทก์จึงสามารถยื่นอุทธรณ์คําพิพากษาขอให้ศาลอุทธรณ์มีคําพิพากษาให้จําเลยเปิดทาง ภาระจํายอมแก่โจทก์ เนื่องจากโจทก์ได้รับความเสียหายจากการปิดทางภาระจํายอมเป็นจํานวนเงิน 5 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น และเป็นปัญหาข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 224 แต่อย่างใด

สรุป โจทก์อุทธรณ์ได้

 

Advertisement