LAW3006 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 1 1/2557

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2557

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3006 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 1

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายดําหลอกนางสาวมะละกออายุ 16 ปีซึ่งเป็นคนรักว่าจะพาไปทานอาหารที่ร้านอาหาร แต่กลับพานางสาวมะละกอไปข่มขืนกระทําชําเราที่บ้านของนายดํา ต่อมานายเสือซึ่งเป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วย กฎหมายของนางสาวมะละกอแต่อุปการะเลี้ยงดูนางสาวมะละกอมาโดยตลอดทราบเรื่องดังกล่าว จึงพานางสาวมะละกอไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดําเนินคดีแก่นายดําข้อหา พรากผู้เยาว์และข่มขืนกระทําชําเรานางสาวมะละกอ พนักงานสอบสวนได้ทําการสอบสวนคดีนี้ ต่อมาพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนายดําต่อศาลข้อหาพรากผู้เยาว์และข่มขืนกระทําชําเรานางสาว มะละกอ ระหว่างศาลชั้นต้นพิจารณา นายเสือยื่นคําร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ

Advertisement

ดังนี้ นายเสือมีอํานาจยื่นคําร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 2 “ในประมวลกฎหมายนี้

(4) “ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทําผิดฐานใด ฐานหนึ่งรวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอํานาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4, 5 และ 6”

มาตรา 3 “บุคคลดังระบุในมาตรา 4, 5 และ 6 มีอํานาจจัดการต่อไปนี้แทนผู้เสียหายตาม เงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ

(2) เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา หรือเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ”

มาตรา 5 “บุคคลเหล่านี้จัดการแทนผู้เสียหายได้

(1) ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล เฉพาะแต่ในความผิดซึ่งได้กระทําต่อผู้เยาว์หรือ ผู้ไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความดูแล

มาตรา 30 “คดีอาญาใดซึ่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ผู้เสียหายจะยื่นคําร้องขอ เข้าร่วมเป็นโจทก์ในระยะใดระหว่างพิจารณาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนั้นก็ได้”

วินิจฉัย

ตามกฎหมาย ผู้ที่จะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในคดีอาญาได้นั้น จะต้องเป็น ผู้เสียหายตามความใน ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (4) ซึ่งอาจเป็นผู้เสียหายที่แท้จริง หรืออาจเป็นผู้มีอํานาจจัดการแทน ผู้เสียหายตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 4, 5 และ 6 ก็ได้

กรณีตามอุทาหรณ์ นายเสือจะมีอํานาจยื่นคําร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ หรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้

กรณีนายเสือขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในข้อหาข่มขืนกระทําชําเรา

คุณธรรมทางกฎหมายของความผิดฐานข่มขืนกระทําชําเรา มุ่งประสงค์ที่จะคุ้มครองบุคคล ซึ่งถูกข่มขืนกระทําชําเรา เมื่อปรากฏว่านางสาวมะละกอถูกนายดําหลอกไปข่มขืนกระทําชําเรา นางสาวมะละกอ จึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานนี้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (4) ส่วนนายเสือถึงแม้จะเป็นบิดาที่แท้จริงและให้การอุปการะเลี้ยงดูมาโดยตลอด แต่ก็เป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของนางสาวมะละกอ จึงไม่เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมที่จะมีอํานาจจัดการแทนผู้เสียหาย คือนางสาวมะละกอในความผิดฐานนี้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 5 (1)

ดังนั้น นายเสือจึงไม่มีอํานาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในข้อหาข่มขืนกระทําชําเรานางสาวมะละกอ ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (4) มาตรา 3 (2) และมาตรา 30

กรณีนายเสือขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในข้อหาพรากผู้เยาว์

คุณธรรมทางกฎหมายของความผิดฐานพรากผู้เยาว์ มุ่งประสงค์ที่จะคุ้มครองอํานาจปกครอง ของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลผู้เยาว์ เมื่อปรากฏว่านายเสือเป็นบิดาและให้การอุปการะเลี้ยงดูนางสาวมะละกอ ผู้เสียหายมาโดยตลอด จึงถือเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม และสามารถจัดการแทนนางสาวมะละกอผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้เยาว์ในความผิดฐานนี้ได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 5 (1)

ดังนั้น นายเสือจึงสามารถขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับ พนักงานอัยการในข้อหาพรากผู้เยาว์ได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (4) มาตรา 3 (2) และมาตรา 30

สรุป นายเสือมีอํานาจขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในข้อหาพรากผู้เยาว์ แต่ไม่มี อํานาจขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในความผิดฐานข่มขืนกระทําชําเรา

Advertisement