LAW 3004 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม S/2548

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2548

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3004 (LA 304),(LW 305) พระธรรมนูญศาลยุติธรรม

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1  ในศาลอุทธรณ์ภาค  1  มีนายเอกดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ภาค  1  นายโทดำรงตำแหน่งรองประธานศาลอุทธรณ์ภาค  1  นางสาวสวย  ดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีเด็กและเยาวชนในศาลอุทธรณ์ภาค  1  และมีนายหนึ่ง  นายสอง  นายสาม  นายสี่จนถึงนายยี่สิบ  เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค  1  กับผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค  1  ทั้งนี้  โดยผู้พิพากษาทั้งหมดมีอาวุโสเรียงตามลำดับ  นายเอกได้จ่ายสำนวนคดีแพ่งทุนทรัพย์สี่สิบล้านให้แก่นายสาม  นายเจ็ด  และนายเก้าเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษา  เมื่อผู้พิพากษาทั้งสามได้รับสำนวนคดีแล้ว  ต่อมาในวันรุ่งขึ้น  นายเก้าหัวใจวายถึงแก่ความตายอย่างกะทันหัน  ในระหว่างนั้นนายเอกได้เดินทางไปราชการต่างประเทศ  นายโทจึงมอบหมายให้นายห้าเป็นองค์คณะแทนนายเก้าซึ่งถึงแก่ความตาย

Advertisement

ให้วินิจฉัยว่า  การกระทำของนายโทชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมหรือไม่

ธงคำตอบ

มาตรา  8  วรรคสอง  เมื่อตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ภาค  ว่างลงหรือเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวไม่อาจปฏิบัติราชการได้  ให้รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค  เป็นผู้ทำการแทน  ถ้ามีรองประธานศาลอุทธรณ์ภาคหลายคน  ให้รองประธานศาลอุทธรณ์ภาคที่มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้ทำการแทน  ถ้าผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดไม่อาจปฏิบัติราชการได้  ให้ผู้ที่มีอาวุโสถัดลงมาตามลำดับเป็นผู้ทำการแทน

มาตรา  28  ในระหว่างการพิจารณาคดีใด  หากมีเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ทำให้ผู้พิพากษาซึ่งเป็นองค์คณะในการพิจารณาคดีนั้น  ไม่อาจจะนั่งพิจารณาคดีต่อไป  ให้ผู้พิพากษาดังต่อไปนี้นั่งพิจารณาคดีนั้นแทนต่อไปได้

(2) ในศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค  ได้แก่  ประธานศาลอุทธรณ์  ประธานศาลอุทธรณ์ภาค  หรือรองประธานศาลอุทธรณ์  รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค  หรือผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค  ซึ่งประธานศาลอุทธรณ์หรือประธานศาลอุทธรณ์ภาค  แล้วแต่กรณีมอบหมาย

มาตรา  30  เหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ตามมาตรา  28  และมาตรา  29  หมายถึง  กรณีที่ผู้พิพากษาซึ่งเป็นองค์คณะนั่งพิจารณาคดีนั้นพ้นจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่  หรือถูกคัดค้านและถอนตัวไป  หรือไม่อาจปฏิบัติราชการจนไม่สามารถนั่งพิจารณา  หรือคำพิพากษาในคดีนั้นได้

วินิจฉัย

นายเอก  ประธานศาลอุทธรณ์ภาค  1  จ่ายสำนวนคดีให้แก่นายสาม  นายเจ็ด  และนายเก้าเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งเรื่องหนึ่งซึ่งมีทุนทรัพย์  40  ล้านบาท  ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา  27  วรรคแรก  ที่บังคับว่าในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคต้องมีผู้พิพากษาอย่างน้อย  3  คน  จึงเป็นองค์คณะที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยมีว่า  การที่นายโท  รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค  1  มอบหมายให้นายห้า  เป็นองค์คณะแทนนายเก้า  ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม  หรือไม่  เห็นว่า  ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา  28  หมายถึงในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย  หรือเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้เกิดขึ้นแก่ผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะในระหว่างการพิจารณาคดี  เช่น  เจ็บป่วย  ตาย  หรือโอนย้ายไปรับราชการในตำแหน่งอื่น  เป็นต้น  ทำให้ขาดองค์คณะพิจารณาคดี  บทบัญญัติมาตรา  28(2)  จึงกำหนดให้ผู้พิพากษาเหล่านั้นมีอำนาจนั่งพิจารณาคดีแทนต่อไปได้

การที่นายเก้าหัวใจวายถึงแก่ความตายอย่างกะทันหัน  ถือเป็นเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้  ตามมาตรา  30  ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างพิจารณาคดี  กรณีจึงต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา  28(2)  ที่ให้ประธานศาลอุทธรณ์ภาค  1  เป็นองค์คณะแทน  หรือมอบหมายให้รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค  1  หรือผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์ภาค  1  คนใดคนหนึ่งเป็นองค์คณะแทนก็ได้  เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า  นายเอก  ประธานศาลอุทธรณ์ภาค  1  เดินทางไปราชการต่างประเทศ  ไม่อาจปฏิบัติราชการได้  ต้องให้รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค  1  เป็นผู้ทำการแทนตามมาตรา  8  วรรคสอง  นายโทซึ่งเป็นรองประธานศาลอุทธรณ์ภาค  1  จึงต้องเป็นผู้ทำการแทนประธานศาลอุทธรณ์ภาค  1

ดังนั้นการที่นายโท  ผู้ทำการแทนประธานศาลอุทธรณ์มอบหมายให้นายห้า  ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค  1  เป็นองค์คณะแทนนายเก้าซึ่งถึงแก่ความตาย  ย่อมสามารถกระทำได้  ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม  มาตรา  28  วรรคท้าย  ที่ได้กำหนดให้ผู้ทำการแทนมีอำนาจตามมาตรา  28(2)  ในการมอบหมายให้ผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์ภาคเป็นองค์คณะแทนได้

สรุป  การกระทำของนายโท  รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค  1  ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม

Advertisement