LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2554

Advertisement

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2554

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1  นายไก่  นายเป็ด  และนายห่าน  สามพี่น้องได้ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำธุรกิจร่วมกัน  ในกิจการรับถมดินโดยมีข้อตกลงกันว่า  ถ้าดำเนินธุรกิจไปแล้วมีกำไรก็จะแบ่งปันผลกำไรระหว่างกัน  แต่ไม่พบว่าทั้งสามพี่น้องได้นำกิจการของตนไปทำการจดทะเบียนแต่อย่างใด ต่อมานายเป็ดเพียงผู้เดียวได้ไปตกลงทำสัญญาซื้อรถแบคโฮจากบริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ราคา  2  ล้านบาท  เพื่อใช้ในกิจการถมดิน  ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า

Advertisement

1       นายไก่และนายห่านจะต้องร่วมกันรับผิดกับนายเป็ด  ในการชำระหนี้ค่ารถแบคโฮราคา  2  ล้านบาทให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  หรือไม่  อย่างไร

2       ถ้าปรากฏข้อเท็จจริงว่า  นายเป็ดได้ทำการชำระราคาค่ารถแบคโฮให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ไปแล้ว  แต่บริษัทฯยังไม่ยอมส่งมอบรถแบคโฮให้  นายไก่และนายห่านจะมีสิทธิฟ้องเรียกให้บริษัทฯส่งมอบรถแบคโฮได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  1012  อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น  คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น

มาตรา  1025  อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น  คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกัน  เพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด

มาตรา  1049  ผู้เป็นหุ้นส่วนจะถือเอาสิทธิใดๆแก่บุคคลภายนอกในกิจการค้าขายซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนนั้นหาได้ไม่

มาตรา  1050  การใดๆอันผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น  ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้นๆด้วย  และจะต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้  อันได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะจัดการไปเช่นนั้น

วินิจฉัย

ตามอุทาหรณ์  การที่นายไก่  นายเป็ด  และนายห่าน  ได้ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำธุรกิจร่วมกัน  ในกิจการรับถมดิน  โดยมีข้อตกลงกันว่าถ้ามีกำไรก็จะแบ่งผลกำไรจากกิจการนั้น  ถือได้ว่าทั้งสามคนได้ทำสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตามมาตรา  1012  แล้ว  และเมื่อทั้งสามคนมิได้นำห้างหุ้นส่วนนั้นไปจดทะเบียน  จึงถือว่าห้างหุ้นส่วนนั้นเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียน  ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดเพื่อหนี้ของหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวนตามมาตรา  1025

และเมื่อต่อมานายเป็ดเพียงผู้เดียวได้ไปตกลงทำสัญญาซื้อรถแบคโฮจากบริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ราคา  2  ล้านบาท  เพื่อใช้ในกิจการถมดิน  ดังนี้

1       การดำเนินการของนายเป็ด  ถือว่า  เป็นการจัดทำไปในฐานะผู้เป็นหุ้นส่วนและได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น  ดังนั้น  นายไก่และนายห่านย่อมต้องมีความผูกพันในการนั้นด้วย  คือ  จะต้องร่วมกันรับผิดกับนายเป็ดโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้ค่ารถแบคโฮจำนวน  2  ล้านบาทให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ตามมาตรา  1050  (เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่  2624/2551)

2       ถ้านายเป็ดได้ทำการชำระราคาค่ารถแบคโฮให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ไปแล้ว  แต่บริษัทฯ  ยังไม่ยอมส่งมอบรถแบคโฮให้  ดังนี้เฉพาะนายเป็ดเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะมีสิทธิฟ้องเรียกให้บริษัทฯส่งมอบรถแบคโฮตามสัญญา  ทั้งนี้เพราะแม้นายไก่และนายห่านจะเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญนั้นด้วย  แต่เมื่อห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น  เป็นห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียน  จึงต้องนำมาตรา  1049  มาใช้บังคับ  กล่าวคือ  เมื่อนายเป็ดเพียงผู้เดียวเป็นผู้ปรากฏชื่อในการทำสัญญาซื้อขายรถแบคโฮ  นายไก่และนายห่านมิได้เป็นคู่สัญญากับบริษัทฯ  จึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับบริษัทฯ  ดังนั้น  นายไก่และนายห่านจึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้บริษัทฯส่งมอบรถแบคโฮตามสัญญาได้  เพราะสิทธิเรียกร้องให้บริษัทฯ  ส่งมอบรถแบคโฮเป็นสิทธิของนายเป็ดแต่เพียงผู้เดียว  (เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่  7721/2543)

สรุป

1       นายไก่และนายห่านจะต้องร่วมกันรับผิดกับนายเป็ด  ในการชำระหนี้ค่ารถแบคโฮราคา  2  ล้านบาท  ให้แก่บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด

2         นายไก่และนายห่านไม่มีสิทธิฟ้องเรียกให้บริษัท  ไทยมอเตอร์  จำกัด  ส่งมอบรถแบคโฮตามสัญญา

Advertisement