Advertisement

ข้อ 4 หนึ่งทําสัญญาให้สองเป็นนายหน้าขายที่ดินให้ตนในราคาสิบล้านบาท โดยตกลงให้ค่านายหน้าแก่สองร้อยละสามเป็นเงินค่านายหน้าสามแสนบาท สองติดต่อขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้สมยศและขอให้ สมยศหักเงินค่านายหน้าจํานวนสามแสนบาทจากเงินที่ต้องชําระค่าที่ดินให้หนึ่งเก็บไว้ให้ด้วย แต่ในวันที่ทําสัญญาซื้อขายและโอนที่ดินกัน สมยศจ่ายค่าที่ดินให้หนึ่งสิบล้านบาทเต็มจํานวนโดยมิได้ หักค่านายหน้าไว้ ต่อมาสองได้ไปขอรับค่านายหน้าจากหนึ่งแต่หนึ่งหลอกสองว่ายังไม่ได้โอนขาย เมื่อถูกทวงถามหลายครั้งในที่สุดหนึ่งปฏิเสธว่าไม่เคยตกลงให้สองเป็นนายหน้า ดังนี้ หนึ่งจะมีความผิด เกี่ยวกับทรัพย์ฐานใดหรือไม่

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 341 “ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทําให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทํา ถอน หรือทําลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทําความผิดฐานฉ้อโกง ต้อง ระวางโทษ”

มาตรา 352 วรรคหนึ่ง “ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของ รวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทําความผิดฐานยักยอก ต้อง ระวางโทษ

Advertisement

วินิจฉัย

องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 ประกอบด้วย

1 หลอกลวงผู้อื่นด้วยการ

(ก) แสดงข้อความเป็นเท็จ หรือ

(ข) ปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง

2 โดยการหลอกลวงนั้น

(ก) ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือ

(ข) ทําให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทํา ถอน หรือทําลายเอกสารสิทธิ

3 โดยเจตนา

4 โดยทุจริต

องค์ประกอบความผิดฐานยักยอกตามมาตรา 352 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วย

1 ครอบครอง

2 ทรัพย์ของผู้อื่นหรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย

3 เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สาม

4 โดยเจตนา

5 โดยทุจริต

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่หนึ่งทําสัญญาให้สองเป็นนายหน้าขายที่ดินให้ตน โดยตกลงให้ค่านายหน้าแก่สอง ต่อมาสองได้ติดต่อขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้สมยศโดยมีการทําสัญญาซื้อขายและโอนที่ดินกันแล้ว และสมยศได้จ่ายค่าที่ดินให้หนึ่งเต็มจํานวนแล้ว แต่เมื่อสองได้ไปขอรับค่านายหน้าจากหนึ่งแต่หนึ่งหลอกสองว่า ยังไม่ได้โอนขายที่ดิน และเมื่อถูกทวงถามหลายครั้งในที่สุดหนึ่งปฏิเสธว่าไม่เคยตกลงให้สองเป็นนายหน้านั้น การปฏิเสธไม่จ่ายค่านายหน้าให้แก่สองดังกล่าว หนึ่งย่อมไม่มีความผิดอาญาเกี่ยวกับทรัพย์แต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็น ความผิดฐานฉ้อโกงหรือความผิดฐานยักยอก ทั้งนี้เพราะ

1 การที่หนึ่งหลอกสองว่ายังไม่ได้โอนขายที่ดินโดยมีเจตนาจะไม่จ่ายค่านายหน้าให้แก่ สองนั้น แม้จะเป็นการหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จโดยเจตนาก็ตาม แต่การหลอกลวง ดังกล่าวก็ไม่ทําให้หนึ่งได้ทรัพย์สินจากสองผู้ถูกหลอกลวงแต่อย่างใด เป็นเพียงการที่หนึ่งมีเจตนาจะไม่จ่าย ค่านายหน้าเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในทางแพ่งต่อไป ดังนั้น การกระทําของหนึ่งจึงไม่เป็นความผิด ฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341

2 การที่สมยศจ่ายค่าที่ดินให้หนึ่งเต็มจํานวนโดยมิได้หักค่านายหน้าไว้ และหนึ่งปฏิเสธ ไม่จ่ายค่านายหน้าจํานวน 300,000 บาทให้แก่สองนั้น การกระทําของหนึ่งย่อมไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตามมาตรา 352 วรรคหนึ่ง เพราะเงินที่หนึ่งได้รับจากการขายที่ดินทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของหนึ่งผู้ขายจึงไม่ ถือว่าหนึ่งได้ครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย แล้วได้เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็น ของตนแต่อย่างใด

สรุป

หนึ่งไม่มีความผิดฐานฉ้อโกงหรือความผิดฐานยักยอกทรัพย์แต่อย่างใด

 

 

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

error: Content is protected !!

Log in with your credentials

Forgot your details?