Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1 นายเก่งจดทะเบียนสมรสกับนางกิ่ง นางกิ่งเอาประกันชีวิตนายเก่งไว้กับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งแบบอาศัยความมรณะจํานวนเงินเอาประกัน 5 แสนบาท มีกําหนดระยะเวลา 20 ปี โดยนางกิ่ง เป็นผู้รับประโยชน์ หลังจากทําสัญญา 5 ปีต่อมา นายเก่งจดทะเบียนหย่าขาดจากนางกิ่งเนื่องจาก นายเก่งสืบทราบว่านางกิ่งแอบคบกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ต่อมาอีก 5 เดือน นายเก่งถึงแก่ความตาย เพราะอุบัติเหตุรถยนต์ นางกิ่งมายื่นขอรับเงินประกันจํานวน 5 แสนบาท แต่บริษัทปฏิเสธการจ่าย โดยอ้างว่าการที่นางกิ่งได้หย่าขาดจากนายเก่งแล้วนั้น นางกิ่งจึงเป็นผู้รับประโยชน์ไม่ได้ เพราะนางกิ่งไม่มีส่วนได้เสียในชีวิตของนายเก่งอีกต่อไป

Advertisement

ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่า ข้ออ้างของบริษัทประกันภัยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 862 “ตามข้อความในลักษณะนี้

คําว่า “ผู้รับประกันภัย” ท่านหมายความว่า คู่สัญญาฝ่ายซึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือใช้เงินจํานวนหนึ่งให้

คําว่า “ผู้เอาประกันภัย” ท่านหมายความว่า คู่สัญญาฝ่ายซึ่งตกลงจะส่งเบี้ยประกันภัย

คําว่า “ผู้รับประโยชน์” ท่านหมายความว่า บุคคลผู้จะพึงได้รับค่าสินไหมทดแทนหรือรับ จํานวนเงินใช้ให้

อนึ่งผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์นั้น จะเป็นบุคคลคนหนึ่งคนเดียวกันก็ได้”

มาตรา 863 “อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัย ไว้นั้นไซร้ ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด”

วินิจฉัย

สัญญาประกันชีวิตนั้นถือว่าเป็นสัญญาประกันภัยประเภทหนึ่ง จึงต้องนําเอาบทบัญญัติใน หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป มาใช้บังคับด้วย กล่าวคือ ผู้เอาประกันชีวิตจะต้องมีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัย คือจะต้องมีส่วนได้เสียในชีวิตของผู้เอาประกันภัยด้วย ซึ่งอาจจะเป็นชีวิตของตนเองหรือชีวิตของผู้อื่นก็ได้ สัญญาประกันชีวิตจึงจะมีผลผูกพันคู่สัญญา (มาตรา 863)

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายเก่งจดทะเบียนสมรสกับนางกิ่ง และต่อมานางกิ่งเอาประกันชีวิต นายเก่งไว้กับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งแบบอาศัยความมรณะนั้น ถือว่าเป็นการประกันชีวิตของผู้อื่น ซึ่งเมื่อ พิจารณาตัวผู้เอาประกันภัยคือนางกิ่งจะเห็นได้ว่ามีความสัมพันธ์กับนายเก่งในฐานะคู่สมรส จึงถือว่านางกิ่ง มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้ตามมาตรา 863 และประการสําคัญส่วนได้เสียนั้นผู้เอาประกันจะต้องมีอยู่ ในขณะทําสัญญาด้วย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าในขณะทําสัญญานางกิ่งมีส่วนได้เสียในชีวิตของนายเก่งเนื่องจาก ขณะนั้นยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน สัญญาจึงมีผลผูกพันคู่สัญญา แม้ต่อมาส่วนได้เสียจะหมดไปเพราะหย่าขาดจากกัน ก็ไม่ทําให้สัญญาที่มีผลผูกพันกันตั้งแต่ต้นกลายเป็นสัญญาที่ไม่มีผลผูกพันกันในภายหลัง

และในสัญญาประกันภัยนั้นตามมาตรา 863 ได้กําหนดไว้โดยเฉพาะว่า ผู้เอาประกันภัยเท่านั้น ที่จะต้องมีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัย กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าผู้รับประโยชน์จะต้องมีส่วนได้เสียในเหตุที่ ประกันภัยด้วยแต่อย่างใด อีกทั้งตามมาตรา 862 วรรคท้าย ก็ได้บัญญัติไว้ว่า ผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์นั้น จะเป็นบุคคลคนเดียวกันก็ได้ ดังนั้น เมื่อนายเก่งถึงแก่ความตายภายในกําหนดเวลาของสัญญาประกันชีวิตดังกล่าว บริษัทประกันชีวิตจึงมีหน้าที่จ่ายเงินให้แก่นางกิ่งผู้รับประโยชน์ตามสัญญา การที่บริษัทฯ ปฏิเสธการจ่ายเงินให้แก่ นางกิ่งโดยอ้างว่า การที่นางกิ่งได้หย่าขาดจากนายเก่งแล้วนั้น นางกิ่งจึงเป็นผู้รับประโยชน์ไม่ได้ เพราะนางกิ่ง ไม่มีส่วนได้เสียในชีวิตของนายเก่งอีกต่อไปนั้น ข้ออ้างของบริษัทประกันภัยดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สรุป ข้ออ้างของบริษัทประกันภัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?