Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1 นายจันทร์เป็นโรคมะเร็งระยะแรกแต่ยังไม่ปรากฏอาการจึงทําให้ตนเองไม่ทราบมาก่อน ต่อมาได้ไปทําสัญญาประกันชีวิตตนเองไว้กับบริษัท อังคารประกันชีวิตฯ ระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปี จํานวน เงินเอาประกันภัย 5 แสนบาท ระบุนางพุธเป็นผู้รับประโยชน์ หลังจากทําสัญญา 2 ปี นายจันทร์ ปวดท้องอย่างแรงจึงไปพบแพทย์ ปรากฏว่าเป็นมะเร็งที่ตับได้ผ่าตัดเนื้อร้ายออก โดยนายจันทร์ ไม่ได้แจ้งให้บริษัท อังคารฯ ทราบ ต่อมาอีก 1 ปี นายจันทร์เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง นางพุธได้ยืน คําขอรับประโยชน์ แต่บริษัท อังคารฯ ปฏิเสธการจ่าย อ้างว่า นายจันทร์รู้ว่าตนเองเป็นมะเร็งแล้ว ปกปิด บริษัท อังคารฯ จึงขอบอกล้างสัญญา อยากทราบว่าสัญญาประกันภัยนี้มีผลสมบูรณ์หรือไม่และบริษัท อังคารฯ ปฏิเสธการจ่ายเงินได้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงยกตัวบทอธิบาย

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 865 วรรคหนึ่ง “ถ้าในเวลาทําสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็ดีหรือในกรณี ประกันชีวิต บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้นก็ดี รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผย ข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทําสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ”

วินิจฉัย

ตามบทบัญญัติมาตรา 865 วรรคหนึ่ง ได้กําหนดไว้ว่า ในเวลาทําสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัย มีหน้าที่ที่จะต้องเปิดเผยข้อความจริงที่มีลักษณะสําคัญซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น อีก หรืออาจบอกปัดไม่ยอมทําสัญญาให้ผู้รับประกันภัยทราบ มิฉะนั้นแล้วสัญญานั้นจะตกเป็นโมฆียะ

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายจันทร์เป็นโรคมะเร็งระยะแรก แต่ยังไม่ปรากฏอาการจึงทําให้ ตนเองไม่ทราบมาก่อน ต่อมาได้ไปทําสัญญาประกันชีวิตตนเองไว้กับบริษัท อังคารประกันชีวิตฯ ระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปี จํานวนเงินเอาประกันภัย 5 แสนบาท ระบุนางพุธเป็นผู้รับประโยชน์ หลังจากทําสัญญา 2 ปี นายจันทร์ ปวดท้องอย่างแรงจึงไปพบแพทย์ ปรากฏว่าเป็นมะเร็งที่ตับและได้ผ่าตัดเนื้อร้ายออก โดยนายจันทร์ไม่ได้แจ้งให้ บริษัท อังคารฯ ทราบนั้น ถือว่าในเวลาทําสัญญาประกันภัย นายจันทร์ผู้เอาประกันภัยไม่รู้ว่าตนเองเป็นโรคมะเร็ง แต่มารู้ว่าตนเองเป็นมะเร็งก็เป็นช่วงเวลาหลังจากได้ทําสัญญาแล้ว 2 ปี กรณีดังกล่าวนี้จึงไม่ถือว่าเป็นกรณีที่ นายจันทร์ผู้เอาประกันภัยได้รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้ บอกปัดไม่ยอมทําสัญญาตามนัยของมาตรา 865 แต่อย่างใด อีกทั้งการที่นายจันทร์ได้รู้ว่าตนเองเป็นมะเร็ง ภายหลังการทําสัญญาประกันภัยแล้วนั้น นายจันทร์ก็ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องเปิดเผยให้บริษัท อังคารฯ ทราบ ดังนั้น สัญญาประกันชีวิตระหว่างนายจันทร์กับบริษัท อังคารฯ จึงมีผลสมบูรณ์ไม่ตกเป็นโมฆียะ และบริษัท อังคารฯ จะขอบอกล้างสัญญาและปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ได้

สรุป

สัญญาประกันภัยดังกล่าวมีผลสมบูรณ์ และบริษัท อังคารฯ จะปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ได้

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?