LAW2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย 1/2557

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2557

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

1 นายเนื่องเป็นลูกจ้างขับรถบรรทุกน้ำมันที่เป็นของนายเจริญผู้เป็นนายจ้าง นายเจริญยื่นคําขอเอาประกันภัยอุบัติเหตุไว้กับบริษัทสยามรุ่งเรือง แอสชัวรันซ์ จํากัด ซึ่งประกอบธุรกิจรับประกันอุบัติเหตุ โดยนายเจริญเป็นทั้งผู้เอาประกันภัยและเป็นผู้รับประโยชน์ด้วย จํานวนเงินเอาประกันภัย 3 แสนบาท นายเจริญเป็นผู้ชําระเบี้ยประกันภัยเอง กรมธรรม์ประกันภัยมีข้อความว่า “นายเนื่องถึงแก่ความตาย ในระหว่างวันที่ 8 สิงหาคม 2550 ถึง 7 สิงหาคม 2551 บริษัทสยามรุ่งเรืองฯ ตกลงจ่ายเงินจํานวน ดังกล่าวให้แก่นายเจริญ”

Advertisement

ครั้นวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 นายเนื่องขับรถบรรทุกน้ำมันกลับจาก ต่างจังหวัดได้เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำลงไปข้างถนน นายเนื่องถึงแก่ความตายจากการถูกรถทับศีรษะ นายเจริญจึงยื่นขอรับเงินประกันภัย 3 แสนบาท แต่บริษัทสยามรุ่งเรืองฯ ปฏิเสธการจ่าย อ้างว่านายเจริญไม่ใช่ผู้ได้รับความเสียหาย เพราะผู้ได้รับความเสียหายที่แท้จริงคือทายาทของนายเนื่อง นายเจริญจึงมีเจตนาไม่สุจริตเพราะรู้ดีว่าตนไม่มีส่วนได้เสียที่จะนําชีวิตของนายเนื่องมา ประกันภัยไว้ แสดงให้เห็นว่าก่อนทําสัญญา นายเจริญมีเจตนาพนันกับบริษัทสยามรุ่งเรืองฯ โดย ใช้ชีวิตของนายเนื่องเป็นเครื่องเดิมพัน สัญญาประกันภัยจึงเป็นโมฆะเพราะวัตถุประสงค์ขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน อยากทราบว่า ข้ออ้างของบริษัทสยามรุ่งเรืองฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และบริษัทสยามรุ่งเรืองฯ ต้องจ่ายเงิน 3 แสนบาทให้แก่นายเจริญหรือไม่เพราะเหตุใด จงยกตัวบทอธิบาย

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 863 “อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัย ไว้นั้นไซร้ ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายเนื่องลูกจ้างขับรถบรรทุกน้ำมันที่เป็นของนายเจริญผู้เป็นนายจ้าง และนายเจริญได้ยื่นคําขอเอาประกันอุบัติเหตุไว้กับบริษัทสยามรุ่งเรือง แอสชัวรันซ์ จํากัด โดยนายเจริญเป็นทั้งผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์ และในกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อความว่า “ถ้านายเนื่องถึงแก่ความตาย บริษัทสยามรุ่งเรืองฯ ตกลงจ่ายเงินให้แก่นายเจริญ” นั้น ถือได้ว่านายเจริญผู้เอาประกันภัยมีส่วนได้เสียในเหตุ ที่ประกันภัยไว้นั้น เพราะการที่นายเจริญจะมีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจาก ความสัมพันธ์ระหว่างนายเจริญผู้เอาประกันภัยกับผู้ถูกเอาประกันภัยคือนายเนื่อง ซึ่งเมื่อปรากฏว่าบุคคลทั้งสอง มีความสัมพันธ์ที่มีกฎหมายจ้างแรงงานรับรองไว้ทั้งสิทธิและหน้าที่ความรับผิดชอบที่นายเจริญในฐานะที่ เป็นนายจ้างมีต่อนายเนื่องในฐานะลูกจ้าง จึงต้องถือว่านายเจริญมีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้นั้น ดังนั้น ข้ออ้างของบริษัทสยามรุ่งเรืองฯ ที่ว่านายเจริญไม่มีส่วนได้เสียจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

การที่บริษัทสยามรุ่งเรืองฯ อ้างว่า นายเจริญมีเจตนาพนันกับบริษัทสยามรุ่งเรืองฯ โดยใช้ชีวิต ของนายเนื่องเป็นเครื่องเดิมพันก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะสัญญาประกันภัยมิใช่การพนันขันต่อ เนื่องจาก สัญญาการพนันขันต่อนั้นผู้เข้าพนั้นไม่ต้องมีส่วนได้เสีย ซึ่งแตกต่างกับสัญญาประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยต้องมี ส่วนได้เสีย เมื่อนายเจริญมีส่วนได้เสียจึงมิใช่การเดิมพันชีวิตของนายเนื่องแต่อย่างใด

และข้ออ้างของบริษัทสยามรุ่งเรืองฯ ที่ว่าสัญญาประกันภัยเป็นโมฆะเพราะมีวัตถุประสงค์ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้น ข้ออ้างดังกล่าวก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเมื่อนายเจริญผู้เอาประกันภัยมีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้ ย่อมทําให้สัญญาประกันภัยมีผลผูกพันคู่สัญญา ตามมาตรา 863 ไม่ตกเป็นโมฆะแต่อย่างใด ดังนั้น บริษัทสยามรุ่งเรืองฯ จึงต้องจ่ายเงินประกันภัยจํานวน 3 แสนบาท ให้แก่นายเจริญ (เทียบคําพิพากษาฎีกาที่ 64/2516)

สรุป

ข้ออ้างของบริษัทสยามรุ่งเรืองฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย บริษัทสยามรุ่งเรืองฯ ต้องจ่ายเงิน 3 แสนบาท ให้แก่นายเจริญผู้เอาประกันภัย

Advertisement