LAW2006 กฎหมายอาญา 1 2/2551

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 2006 กฎหมายอาญา 1

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  วันรบขัยรถยนต์ไปเที่ยว  มีเอกชัยและสุดสวยเพื่อนกันนั่งอยู่ในรถยนต์ด้วย  ระหว่างที่รถยนต์แล่นอยู่นั้น  เอกชัยดื่มน้ำอัดลมหมดแล้วได้เปิดกระจกโยนกระป๋องน้ำอัดลมออกนอกรถ  กระป๋องน้ำอัดลมถูกหัววรชัยที่เดินอยู่บนทางเท้าแตก  วรชัยชักอาวุธปืนยิงไปที่ยางล้อรถยนต์ของวันรบ  กระสุนปืนถูกล้อรถยนต์ทะลุตัวถังรถยนต์ไปถูกสุดสวยตาย

ดังนี้  เอกชัยและวรชัยต้องรับผิดทางอาญาอย่างไร  หรือไม่

ธงคำตอบ

มาตรา  59  วรรคแรก  วรรคสอง  และวรรคสี่  บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา  เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาทในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท  หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิด  แม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา

กระทำโดยเจตนา  ได้แก่  กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำ  และในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น

กระทำโดยประมาท  ได้แก่  กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา  แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง  ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์  และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้  แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่

มาตรา  72  ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม  จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น  ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้

วินิจฉัย

ความรับผิดของเอกชัย

การที่เอกชัยดื่มน้ำอัดลมหมดแล้วในขณะที่รถกำลังวิ่งเอกชัยได้โยนกระป๋องน้ำอัดลมไปถูกหัววรชัยแตก  การกระทำของเอกชัยเช่นนี้ถือว่าไม่มีเจตนาที่จะกระทำต่อวรชัย  แต่การกระทำดังกล่าวถือเป็นกระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง  ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์  และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้แต่หาใช้ให้เพียงพอไม่  การกระทำของเอกชัยจึงเป็นการกระทำโดยประมาท  ตามมาตรา  59  วรรคสี่  เอกชัยจึงต้องรับผิดในทางอาญา  ตามมาตรา  59  วรรคแรก

ความรับผิดของวรชัย

การที่วรชัยใช้อาวุธปืนยิงไปที่ล้อรถยนต์และกระสุนทะลุตัวถังไปถูกสุดสวยตาย  การกระทำของวรชัยเช่นนี้ถือว่ามิได้ประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลในการกระทำต่อสุดสวย  วรชัยจึงไม่มีเจตนากระทำต่อสุดสวย  ตามมาตรา  59  วรรคสอง  แต่การกระทำของวรชัยดังกล่าวเป็นการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง  ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์  และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้  แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่  การกระทำของวรชัยจึงเป็นการกระทำโดยประมาท  ตามมาตรา  59  วรรคสี่  วรชัยจึงต้องรับผิดในทางอาญา  ตามมาตรา  59  วรรคแรก  เทียบฎีกาที่  1086/2521  และกรณีนี้วรชัยจะอ้างบันดาลโทสะไม่ได้

เพราเหตุว่าแม้วรชัยจะใช้อาวุธปืนยิงไปที่ล้อรถยนต์เพราะเหตุที่สุดสวยได้โยนกระป๋องน้ำอัดลมถูกหัวตนก็ตาม  แต่เมื่อวรชัยไม่มีเจตนาประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลที่จะกระทำต่อสุดสวยแล้ว  วรชัยจึงอ้างบันดาลโทสะไม่ได้  เพราะการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะนั้น  ต้องเป็นการกระทำโดยมีเจตนาธรรมดา  กล่าวคือ  ประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลและมีเจตนาพิเศษคือมีเหตุจูงใจในการกระทำความผิด  เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม  เท่านั้น

สำหรับล้อรถยนต์ของวันรบที่เสียหายนั้น  วรชัยต้องรับผิดฐานทำให้เสียทรัพย์  เพราะวรชัยกระทำไปโดยเจตนาต่อตัวทรัพย์  แต่กรณีนี้วรชัยสามารถอ้างบันดาลโทสะเพื่อให้รับโทษน้อยลงได้  ตามมาตรา  72

สรุป

เอกชัยจะต้องรับผิดในทางอาญาเพราะกระทำโดยประมาท

วรชัยต้องรับผิดในทางอาญาต่อวันรบฐานทำให้เสียทรัพย์  เพราะได้กระทำโดยมีเจตนาแต่รับโทษน้อยลงอันเนื่องมาจากกระทำไปโดยบันดาลโทสะ  และวรชัยต้องรับผิดต่อสุดสวยเพราะได้กระทำโดยประมาทและอ้างบันดาลโทสะเพื่อจะรับโทษน้อยลงไม่ได้