LAW 2006 กฎหมายอาญา 1 1/2548

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2548

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 2006 กฎหมายอาญา 1

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  4  ข้อ

ข้อ  1  เด็กชายตุ้ม  อายุ  30  วัน  เป็นบุตรของนางตา  เด็กชายตุ้มร้องไห้เป็นประจำจนนางตารำคาญ  วันหนึ่งนางตาจะออกไปทำธุระ  นางตาได้วานให้นางสาวตองน้องสาวมาเลี้ยงเด็กชายตุ้ม  เด็กชายตุ้มร้องไห้ไม่หยุด  นางสาวตองจึงเอาเหรียญสลึงใส่ปากเวลาเด็กชายตุ้มอ้าปากร้องไห้เพื่อให้หยุดร้อง  นางตากลับมาเห็นเข้าก็ไม่ห้ามปรามจนเด็กชายตุ้มตัวเกร็งหายใจไม่ออก

นายสอนบิดาของเด็กชายตุ้มกลับมาบ้านทราบจากนางตาว่าเหรียญสลึงติดคอเด็กชายตุ้ม  แทนที่จะนำเด็กชายตุ้มส่งโรงพยาบาล  นายสอนจับสองขาเด็กชายตุ้มยกขึ้นให้ศีรษะห้อยลงเพื่อเหรียญจะได้ออกมา  นายสอนยกขึ้นลงอย่างนั้นจนเด็กชายตุ้มหายใจไม่ออกและถึงแก่ความตาย

ดังนี้  นางสาวตอง  นางตา  และนายสอน  จะต้องรับผิดทางอาญาอย่างไร  หรือไม่

ธงคำตอบ

มาตรา  59  วรรคหนึ่ง  บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา  เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาทในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท  หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิด  แม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา

กระทำโดยเจตนา  ได้แก่  กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำ  และในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น

ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด  จะถือว่าผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นมิได้

กระทำโดยประมาท  ได้แก่  กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา  แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง  ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์  และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้  แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่

การกระทำ  ให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้น  โดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย

วินิจฉัย

การที่นางสาวตองมาเลี้ยงเด็กชายตุ้มและเด็กชายตุ้มร้องไห้  นางสาวตองได้ใช้เหรียญสลึงใส่ปากเด็กชายตุ้มเพื่อให้หยุดร้อง  นางสาวตองได้กระทำโดยเจตนาต่อเด็กชายตุ้ม  เพราะการที่นางสาวตองใส่เหรียญสลึงในปากเด็กชายตุ้มย่อมเล็งเห็นว่าผลจะเกิดกับเด็กชายตุ้มคือเหรียญสลึงไปอุดทางเดินหายใจทำให้เด็กชายตุ้มหายใจไม่ออกและถึงแก่ความตายได้  นางสาวตองจึงต้องรับผิดทางอาญา  เพราะได้กระทำโดยเจตนาตามมาตรา  59  วรรคหนึ่ง  และวรรคสอง

นางตามารดาของเด็กชายตุ้มกลับมาบ้านเห็นนางสาวตองเอาเหรียญใส่ปากเด็กชายตุ้มแล้วไม่ห้ามปรามถือว่านางตากระทำโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำ  (หมายถึง  มีหน้าที่ต้องกระทำ  กล่าวคือ  นางตาเป็นมารดาของเด็กชายตุ้มจึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายตุ้ม)  เพื่อป้องกันผลนั้น  (คือความตายของเด็กชายตุ้ม)  เมื่อนางตาเห็นอยู่แล้วว่านางสาวตองเอาเหรียญใส่ปากเด็กชายตุ้ม ทำให้เด็กชายตุ้มหายใจไม่ออกแล้วไม่เข้าช่วยเหลือทั้งที่สามารถช่วยได้นั้น  จึงถือได้ว่านางตากระทำโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้น  ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำตามมาตรา  59  วรรคห้า  และเป็นการงดเว้นกระทำการโดยเจตนาย่อมเล็งเห็นผล  (คือความตายของเด็กชายตุ้ม)  ตามมาตรา  59  วรรคสอง  นางตาต้องรับผิดทางอาญา  เพราะได้กระทำโดยเจตนาตามมาตรา  59  วรรคหนึ่ง  และวรรคสอง

นายสอนทราบจากนางตาว่าเหรียญสลึงติดคอเด็กชายตุ้มแทนที่จะนำส่งโรงพยาบาลกลับจับขาสองขาของเด็กชายตุ้มยกขึ้นเพื่อให้เหรียญออกจากปากเด็กชายตุ้ม  และทำขึ้นลงอย่างนั้นจนเด็กชายตุ้มตายเพราะหายใจไม่ออก  การกระทำของนายสอนไม่มีเจตนา  ตามมาตรา 59  วรรคสอง  แต่เป็นการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์แต่หาได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอไม่  นายสอนได้กระทำโดยประมาทตามมาตรา  59  วรรคสี่  และกรณีกฎหมายบัญญัติว่าการกระทำโดยประมาทนั้นเป็นความผิด  นายสอนต้องรับผิดทางอาญา  เพราะได้กระทำโดยประมาทตามมาตรา  59  วรรคหนึ่ง  และวรรคสี่

สรุป

1       นางสาวตองกระทำต่อเด็กชายตุ้มโดยเจตนา  จึงต้องรับผิดทางอาญา

2       นางตากระทำโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลที่เกิดกับเด็กชายตุ้มโดยเจตนา  จึงต้องรับผิดทางอาญา

3       นายสอนกระทำต่อเด็กชายตุ้มโดยประมาท  กรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท  นายสอนจึงต้องรับผิดทางอาญา