LAW2006 กฎหมายอาญา 1 2/2552

ข้อ  4  บัญชาวิ่งหนีสุนัขบ้าไล่กัดบัญชา  บัญชาเห็นบ้านสดใสเปิดประตูไว้  บัญชาต้องการเข้าไปหลบซ่อนในบ้านสดใส  แต่มีบุญคำยืนขวางประตูอยู่  บัญชาจึงผลักบุญคำล้มลงศีรษะแตก  บัญชาเห็นบุญคำศีรษะแตก  บัญชาตกใจจึงวิ่งหนี  คงมั่นบุตรชายบุญคำเห็นบิดาศีรษะแตกเพราะถูกบัญชาผลัก  คงมั่นวิ่งไล่ตามพอทันกัน  คงมั่นชักมีดแทงบัญชา  บัญชาหลบทัน  คงมั่นแทงซ้ำ  บัญชาหยิบไม้ที่มีอยู่ที่นั้นขึ้นตีถูกคงมั่นได้รับบาดเจ็บ  ดังนี้  บัญชา และคงมั่นต้องรับผิดทางอาญาอย่างไร  หรือไม่

ธงคำตอบ

มาตรา  59  วรรคแรก และวรรคสอง  บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา  เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาทในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท  หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิด  แม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา

กระทำโดยเจตนา  ได้แก่  กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำ  และในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น

มาตรา  67  ผู้ใดกระทำผิดด้วยความจำเป็น

(2)  เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นได้เมื่อภยันตรายนั้นตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน 

ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุแล้ว  ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

มาตรา  68  ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย  และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง  ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุการกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย  ผู้นั้นไม่มีความผิด

มาตรา  72  ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม  จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น  ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  บัญชาผลักบุญคำล้มลงหัวแตก  บัญชาได้กระทำไปโดยรู้สำนึกในการกระทำ  ขณะเดียวกันก็ประสงค์ต่อผลคือการที่บุญคำได้รับอันตราย  จึงถือว่าบัญชากระทำโดยเจตนาตามมาตรา  59  วรรคสอง  และต้องรับผิดทางอาญาตามมาตรา  59  วรรคแรก  แต่การที่บัญชากระทำความผิดก็เพราะต้องการให้ตนเองพ้นจากภยันตรายที่ถูกสุนัขบ้าไล่กัด  จึงถือว่าบัญชากระทำความผิดด้วยความจำเป็นตามมาตรา  67(2)  ดังนั้น  บัญชามีความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ

และการที่บัญชาหยิบไม้ตีถกคงมั่นได้รับบาดเจ็บ  ถือว่าบัญชาเจตนากระทำต่อคงมั่นตามมาตรา  59  วรรคสอง  และต้องรับผิดทางอาญาตามมาตรา  59  วรรคแรก  และบัญชาจะอ้างว่ากระทำเพื่อป้องกันตนเองไม่ได้  เพราะบัญชาได้ก่อภยันตรายขึ้นก่อน  ตามมาตรา  68

ส่วนการที่คงมั่นชักมีดแทงบัญชา  ถือว่าคงมั่นเจตนากระทำต่อบัญชาตามมาตรา  59วรรคสอง  และต้องรับผิดทางอาญาตามมาตรา  59  วรรคแรก  คงมั่นจึงต้องรับโทษทางอาญาสำหรับความผิดนั้น  แต่เนื่องจากคงมั่นกระทำไปโดยบันดาลโทสะ  เพราะเห็นบิดาหัวแตกเนื่องจากถูกบัญชาผลัก  ดังนั้นศาลจะลงโทษคงมั่นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้  ตามมาตรา  72

สรุป 

บัญชาต้องรับผิดทางอาญาต่อบุญคำแต่อ้างเหตุยกเว้นโทษได้  บัญชาต้องรับผิดทางอาญาต่อมั่นคงและอ้างเหตุยกเว้นความผิดไม่ได้

คงมั่นต้องรับผิดทางอาญาต่อบัญชาแต่อ้างเหตุลดหย่อนผ่อนโทษได้