LAW2004 กฎหมายรัฐธรรมนูญ การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2556

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2004 กฎหมายรัฐธรรมนูญ

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมายถึงอะไร มีความแตกต่างจากการแก้ไขกฎหมายธรรมดาอย่างไร และตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันนี้นั้น กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องมีการให้ประชาชนลงประชามติ (Referendum) เพื่อให้ความเห็นชอบด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใดขอให้อธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ

Advertisement

ธงคำตอบ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมายถึง การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญทั้งในแง่ของการแก้ไขถ้อยคำหรือข้อความเดิม รวมทั้งการเพิ่มเติมถ้อยคำหรือข้อความใหม่

ในการจัดทำหรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น รัฐธรรมนูญจะมีวิธีการจัดทำหรือการแก้ไขโดยวิธีพิเศษและยากกว่าการจัดทำหรือการแก้ไขกฎหมายธรรมดา เนื่องจากเนื้อหาหรือหลักการอันเป็นสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญมีความเกี่ยวพันกับความมั่นคง ความเจริญของประเทศ และหลักประกันเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

ดังนั้น ผู้มีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญจึงมักมีความห่วงใยในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาหรือหลักการในรัฐธรรมนูญและพยายามป้องกันมิให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญกระทำได้โดยง่ายเหมือนกับการแก้ไขกฎหมายธรรมดา

ทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมมิให้มีการแก้ไขอย่างพร่ำเพรื่อ จนทำให้รัฐธรรมนูญหมดความสำคัญในฐานะที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศได้

สำหรับกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2550 มาตรา 291 นั้น ได้กำหนดให้กระทำตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ คือ

(1)     ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะเสนอมิได้

(2)     ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและให้รัฐสภาพิจารณาเป็นสามวาระ

(3)     การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

(4)     การพิจารณาในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมด้วย

การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ

(5)     เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้สิบห้าวัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สามต่อไป

(6)     การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

(7)     เมื่อการลงมติได้เป็นไปตามที่กล่าวแล้ว ให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขั้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และให้นำบทบัญญัติมาตรา 150 และมาตรา 151 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

จากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ ดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นได้ว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญฯ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันนี้นั้น ได้กำหนดให้รัฐสภาเป็นผู้ดำเนินการพิจารณาแก้ไขโดยไม่จำต้องให้ประชาชนลงประชามติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับการแก้ไขด้วยแต่อย่างใด

 

Advertisement