LAW2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้ S/2553

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2003 

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

Advertisement

ข้อ  1  แดงเป็นเจ้าของสุนัขดุและเป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของเด็กชายดำ  วันเกิดเหตุ  แดงสั่งให้เด็กชายดำอยู่บ้านและดูแลสุนัข จากนั้นได้เดินไปซื้อผักที่ตลาด  ระหว่างนั้น  เด็กชายดำขว้างลูกบอลเล่นอยู่ในบ้านกับสุนัข  และลูกบอลกระเด็นเข้าไปในบ้านของเขียว  ถูกกระถางต้นไม้แตกเสียหาย  เด็กชายดำและสุนัขจึงโดดข้ามรั้วบ้านเพื่อไปเก็บลูกบอลกลับมา  เขียวจึงจับสุนัขและเด็กไว้เป็นประกันค่าเสียหาย

ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า  เขียวและแดงต่างฝ่ายจะเรียกร้องให้อีกฝ่ายรับผิดในเหตุละเมิดได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  420  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ  ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี  แก่ร่างกายก็ดี  เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี  ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

มาตรา  430  ครูบาอาจารย์  นายจ้าง  หรือบุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่เป็นนิตย์ก็ดี  ชั่วครั้งชั่วคราวก็ดี  จำต้องรับผิดร่วมกับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด  ซึ่งเขาได้กระทำลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน  ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้นๆ  มิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร

มาตรา  433  ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์  ท่านว่าเจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ  อันเกิดแต่สัตว์นั้น  เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่นหรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น

มาตรา  452  วรรคแรก  ผู้ครองอสังหาริมทรัพย์ชอบที่จะจับสัตว์ของผู้อื่นอันเข้ามาทำความเสียหายในอสังหาริมทรัพย์นั้น  และยึดไว้เป็นประกันค่าสินไหมทดแทน  อันจะพึงต้องใช้แก่ตนได้  และถ้าจำเป็นโดยพฤติการณ์  แม้จะฆ่าสัตว์นั้นเสียก็ชอบที่จะทำได้

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  วินิจฉัยได้ดังนี้

ประเด็นแรก  การที่เด็กชายดำ  ขว้างลูกบอลเล่นอยู่กับสุนัข  และลูกบอลกระเด็นเข้าไปถูกกระถางต้นไม้ในบ้านของเขียวแตกเสียหายนั้น  การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อต่อผู้อื่น  โดยผิดกฎหมายทำให้เขาเสียหายแก่ทรัพย์สิน  และผลที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับการกระทำของเด็กชายดำ  จึงถือว่าเด็กชายดำกระทำละเมิดต่อเขียวตามมาตรา  420  จึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขียว

และเมื่อการทำละเมิดของเด็กชายดำซึ่งเป็นผู้ไร้ความสามารถ (ผู้เยาว์)  ต่อเขียวนั้น  ได้กระทำลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของแดง  แดงซึ่งเป็นผู้รับดูแลจึงต้องรับผิดร่วมกับเด็กชายดำ  ในผลแห่งละเมิด  คือ  ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์ของเขียวด้วย  ตามมาตรา 430  ดังนั้น  เขียวจึงมีสิทธิเรียกร้องให้แดงและเด็กชายดำร่วมกันรับผิดต่อตนได้

ประเด็นที่  2  แดงต้องรับผิดต่อเขียวในความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะสุนัขของตนด้วย  ในฐานะที่เป็นเจ้าของและผู้รับเลี้ยงสัตว์ในเวลาที่เกิดเหตุตามมาตรา  433  วรรคแรก  และไม่อาจแก้ตัวให้พ้นผิดได้  เพราะแดงไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามชนิด  วิสัย  และพฤติการณ์ของสัตว์คือสุนัขดังกล่าว

ประเด็นที่  3  การที่เขียวจับสุนัขของแดงไว้เพื่อเป็นประกันค่าเสียหายนั้น  เขียวอ้างเหตุนิรโทษกรรมเพื่อไม่ต้องรับผิดต่อแดงได้  เพราะเขียวผู้ครองอสังหาริมทรัพย์ชอบที่จะจับสัตว์ของผู้อื่น  อันเข้ามาทำความเสียหายในอสังหาริมทรัพย์ของตน  และยึดไว้เป็นประกันค่าสินไหมทดแทนได้ตามมาตรา  452  วรรคแรก

แต่กรณีที่เขียวจับเด็กชายดำไว้นั้น  ถือเป็นการกระทำโดยจงใจต่อเด็กชายดำโดยผิดกฎหมาย  ทำให้เด็กชายดำเสียหายแก่เสรีภาพ  และผลที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับการกระทำของเขียวดังกล่าว  จึงถือว่าเขียวได้กระทำละเมิดต่อเด็กชายดำตามมาตรา  420  เขียวจึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เด็กชายดำ  และเขียวไม่สามารถอ้างเหตุนิรโทษกรรมตามมาตรา  452  วรรคแรกได้  เพราะกรณีตามมาตราดังกล่าวจะต้องเป็นการจับหรือยึดสัตว์ไว้เท่านั้น

สรุป  เขียวและแดงต่างฝ่ายสามารถเรียกร้องให้อีกฝ่ายรับผิดในเหตุละเมิดได้  ดังที่ได้อธิบายไว้ดังกล่าวข้างต้น

Advertisement