LAW2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้ 1/2553

Advertisement

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2003 

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

Advertisement

ข้อ  1  นางยิ้มแย้มขอยืมแหวนเพชรมาจากนางเกียว  หลังจากนั้นได้นำแหวนเพชรไปให้ร้านของนายสดใสเพื่อให้ทำความสะอาด  แต่เมื่อนางยิ้มแย้มรับแหวนกลับ  ปรากฏว่าลูกจ้างของนายสดใสได้ลักแหวนดังกล่าวไปแล้ว  ดังนั้น  นายสดใสจึงได้ชดใช้ค่าแหวนเพชรให้แก่นางยิ้มแย้มไป

ดังนี้  หากว่า  นางยิ้มแย้มไม่นำเงินที่ได้รับจากนายสดใสไปให้นางเกียว  นางเกียวจะเรียกร้องให้นายสดใสรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนในแหวนเพชรที่หายไปได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  420  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ  ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี  แก่ร่างกายก็ดี  เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี  ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

มาตรา  425  นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด  ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

มาตรา  441  ถ้าบุคคลจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ  เพราะเอาสังหาริมทรัพย์ของเขาไปก็ดี  หรือเพราะทำของเขาให้บุบสลายก็ดี  เมื่อใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลซึ่งเป็นผู้ครองทรัพย์นั้นอยู่ในขณะที่เอาไป  หรือขณะที่ทำให้บุบสลายนั้นแล้ว ท่านว่าเป็นอันหลุดพ้นไปเพราะการที่ได้ใช้ให้เช่นนั้นแม้กระทั่งบุคคลภายนอกจะเป็นเจ้าของทรัพย์หรือมีสิทธิอย่างอื่นเหนือทรัพย์นั้น  เว้นแต่สิทธิของบุคคลภายนอกเช่นนั้นจะเป็นที่รู้อยู่แก่ตน  หรือมิได้รู้เพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตน

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  การที่ลูกจ้างของนายสดใสได้ลักแหวนเพชรของนางเกียวที่นางยิ้มแย้มนำไปให้นายสดใสเพื่อทำความสะอาดนั้น การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำโดยจงใจต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย  ทำให้เขาเสียหายแก่ทรัพย์  และผลที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับการกระทำของลูกจ้างดังกล่าว  จึงถือว่าลูกจ้างของนายสดใสได้กระทำละเมิดต่อนางเกียวตามมาตรา  420  จึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นางเกียว

และเมื่อการทำละเมิดของลูกจ้างนายสดใสต่อนางเกียวนั้น  ได้กระทำในระหว่างที่เป็นลูกจ้างและกระทำไปในทางการที่จ้าง  ดังนั้นนายสดใสนายจ้างจึงต้องรับผิดร่วมกับลูกจ้างในผลแห่งการละเมิด  คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์ของนายเกียวตามมาตรา  425 

และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า  นายสดใสได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นางยิ้มแย้มซึ่งเป็นผู้ครองแหวนอันเป็นสังหาริมทรัพย์ในขณะที่มีการละเมิดไปแล้วโดยสุจริต  คือ  โดยเข้าใจว่าแหวนเพชรเป็นของนางยิ้มแย้ม  ดังนั้นนายสดใสย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรา  441 คือ  ย่อมหลุดพ้นจากหนี้ในมูลละเมิดดังกล่าว

ดังนั้นหากว่านางยิ้มแย้มไม่นำเงินที่ได้รับจากนายสดใสไปให้แก่นางเกียว  นางเกียวก็จะเรียกร้องให้นายสดใสรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในแหวนเพชรที่หายไปไม่ได้

สรุป  นางเกียวจะเรียกร้องให้นายสดใสรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในแหวนเพชรที่หายไปไม่ได้

Advertisement