LAW2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้ 1/2552

Advertisement

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2552

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2003

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

Advertisement

ข้อ  1  ประมาณเที่ยงคืน  อารีย์จอดรถยนต์อยู่บนถนนสายหนึ่งในที่มืดโดยไม่ได้เปิดสัญญาณไฟหน้ารถและท้ายรถไว้  ระย้าและทองเกลียวขับรถยนต์แข่งกันมาด้วยความเร็วสูง  และได้เสียหลักพุ่งชนท้ายรถยนต์ของอารีย์  ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถของอารีย์เสียหายทั้งคัน

ดังนี้  ให้วินิจฉัยว่าอารีย์จะฟ้องร้องให้ระย้าและทองเกลียวร่วมกันรับผิดเพราะทั้งสองคนร่วมกันกระทำละเมิดต่อตนได้หรือไม่  อย่างไร

ธงคำตอบ

มาตรา  223  วรรคแรก  ถ้าฝ่ายผู้เสียหายได้มีส่วนทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหายด้วยไซร้  ท่านว่าหนี้อันจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ฝ่ายผู้เสียหายมากน้อยเพียงใดนั้นต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณ  ข้อสำคัญก็คือว่าความเสียหายนั้นได้เกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร

มาตรา  301  ถ้าบุคคลหลายคนเป็นหนี้อันจะแบ่งกันชำระมิได้  ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นต้องรับผิดเช่นอย่างลูกหนี้ร่วมกัน

มาตรา  420  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ  ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี  แก่ร่างกายก็ดี  เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี  ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

มาตรา  432  ถ้าบุคคลหลายคนก่อให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นโดยร่วมกันทำละเมิด  ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น  ความข้อนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่ไม่สามารถสืบรู้ตัวได้แน่ว่าในจำพวกที่ทำละเมิดร่วมกันนั้น  คนไหนเป็นผู้ก่อให้เกิดเสียหายนั้นด้วย

มาตรา  442  ถ้าความเสียหายได้เกิดขึ้นเพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้ต้องเสียหายประกอบด้วยไซร้  ท่านให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา  223  มาใช้บังคับโดยอนุโลม

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการแรกมีว่า  ระย้าและทองเกลียวได้ชื่อว่าเป็นผู้ร่วมกันกระทำละเมิดหรือไม่  เห็นว่า  การจะถือว่าเป็นการร่วมกันทำละเมิด  ตามบทบัญญัติมาตรา  432  นั้น  จะต้องเป็นกรณีที่ผู้กระทำร่วมมือร่วมใจกันกระทำมาตั้งแต่ต้น  เมื่อข้อเท็จจริงนี้ปรากฏว่าระย้าและทองเกลียวต่างคนต่างประมาทในการทำให้เกิดความเสียหายขึ้นแก่อารีย์  จึงไม่อาจถือได้ว่าทั้งสองมีเจตนาร่วมกันในการกระทำหรือได้ร่วมมือร่วมใจกันในการกระทำ  อันจะเป็นการร่วมกันกระทำละเมิดตามมาตรา  432  ดังนั้น  ระย้าและทองเกลียวจึงมีความผิดฐานต่างคนต่างกระทำละเมิดต่ออารีย์โดยประมาทเลินเล่อตามมาตรา  420  เทียบฎีกาที่  3071 3072/2522

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการต่อมามีว่า  ระย้าและทองเกลียวต้องร่วมกันรับผิดหรือไม่  เห็นว่า  เมื่อถือว่าทั้งสองไม่ได้ร่วมกันกระทำละเมิด  ทั้งสองจึงไม่ต้องร่วมกันรับผิดตามมาตรา  432  อย่างไรก็ดี  เมื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความเสียหายที่ไม่อาจแบ่งแยกความรับผิดกันได้ว่า  ระย้าหรือทองเกลียวก่อให้เกิดความเสียหายในส่วนใดอย่างไร  ความรับผิดของระย้าและทองเกลียวจึงต้องเป็นความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามมาตรา  301

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายมีว่า  เมื่ออารีย์มีส่วนผิดอยู่ด้วย  ระย้าและทองเกลียวจะอ้างเป็นข้อแก้ตัวว่าไม่ต้องรับผิดได้หรือไม่  เห็นว่า  การที่อารีย์จอดรถบนถนนหลวงโดยไม่ได้เปิดไฟหน้ารถและท้ายรถไว้ย่อมถือได้ว่าอารีย์มีส่วนผิดในการก่อให้เกิดความเสียหายด้วย  ดังนั้นในการวินิจฉัยคดีเรียกค่าสินไหมทดแทนจึงต้องคำนึงด้วยว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายก่อให้เกิดความเสียหายยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไรตามมาตรา  442  ประกอบมาตรา  223

สรุป  อารีย์จะฟ้องร้องให้ระย้าและทองเกลียวร่วมกันรับผิดเพราะทั้งสองคนร่วมกันกระทำละเมิดตามมาตรา  432  และฟ้องได้ในฐานะเป็นความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมในความเสียหายที่ไม่อาจแบ่งแยกความรับผิดกันได้

Advertisement