LAW2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้ 1/2549

Advertisement

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2549

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2003 

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ

Advertisement

ข้อ  1  หนึ่งถูกฟ้องขับไล่ออกจากเขตที่ดินของสอง  จึงได้ว่าจ้างให้สามไปลอบวางเพลิงเผาบ้านของสอง  ทำให้สองถูกไฟลวกหน้าเสียโฉม  สี่ซึ่งเป็นลูกจ้างของสองรู้สึกโกรธแทนนายจ้าง  คืนวันหนึ่งสี่เห็นว่าหนึ่งขับรถอยู่  จึงได้ท้าให้ขับรถแข่งด้วย  ขณะที่ทั้งสองแข่งกันอยู่นั้น  หนึ่งได้พุ่งเข้าชนท้ายรถยนต์ของสามที่กำลังขับอยู่บนถนนและไม่ได้เปิดไฟหน้ารถและท้ายรถไว้    ทำให้เกิดเพลิงไหม้รถยนต์ของหนึ่งและของสามเสียหาย  และทำให้สามบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นไม่สามารถทำงานต่อไปได้อีกตลอดชีวิต

ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า

(ก)  สองจะเรียกร้องให้สามและหนึ่งร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการที่ตนต้องเสียบุคลิกภาพใบหน้าเสียโฉมอันเป็นความทุกข์ทรมานได้หรือไม่  อย่างไร

(ข)  หนึ่งจะเรียกร้องให้สองร่วมรับผิดกับสี่ในความเสียหายอันเกิดกับรถยนต์ของตนได้หรือไม่  อย่างไร

ธงคำตอบ

มาตรา  420  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ  ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี  แก่ร่างกายก็ดี  เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี  ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

มาตรา  425  นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด  ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

มาตรา  428  ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้างได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้างเว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ  หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง

มาตรา  432  ถ้าบุคคลหลายคนก่อให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นโดยร่วมกันทำละเมิด  ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น  ความข้อนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่ไม่สามารถสืบรู้ตัวได้แน่ว่าในจำนวนพวกที่ทำละเมิดร่วมกันนั้น  คนไหนเป็นผู้ก่อให้ให้เกิดเสียหายนั้นด้วย

อนึ่ง  บุคคลผู้ยุยงส่งเสริมหรือช่วยเหลือต้องรับผิดร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น  ท่านว่าต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่าๆกัน  เว้นแต่โดยพฤติการณ์  ศาลจะวินิจฉัยเป็นประการอื่น

มาตรา  446  วรรคแรก  ในกรณีทำให้เขาเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยก็ดี  ในกรณีทำให้เขาเสียเสรีภาพก็ดี  ผู้ต้องเสียหายจะเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความที่เสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินด้วยอีกก็ได้  สิทธิเรียกร้องอันนี้ไม่โอนกันได้  และไม่ตกสืบไปถึงทายาท เว้นแต่สิทธินั้นจะได้รับสภาพกันไว้โดยสัญญาหรือได้เริ่มฟ้องคดีตามสิทธินั้นแล้ว

อนึ่ง  หญิงที่ต้องเสียหายเพราะผู้ใดทำผิดสัญญาเป็นทุรศีลธรรมแก่ตนก็ย่อมมีสิทธิเรียกร้องทำนองเดียวกันนี้

วินิจฉัย

(ก)  สองได้รับความเสียหายอันเกิดจากหนึ่งว่าจ้างสามให้วางเพลิงเผาบ้าน  สองจึงเรียกร้องให้สามและหนึ่งร่วมรับผิดได้ในฐานะเป็นผู้ร่วมกันทำละเมิด  ตามมาตรา  432  ข้อเท็จจริงไม่ใช่กรณีตามมาตรา  428  (อ้างว่าผิดมาตรานี้ให้หักคะแนน)  เพราะเป็นเรื่องที่หนึ่งและสามร่วมใจร่วมกาย  มีเจตนาหรือความมุ่งหมายร่วมกันในการทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นมาตั้งแต่ต้น  และเมื่อสองได้รับความเสียหายถึงกับหน้าเสียโฉม  ก็ย่อมมีสิทธิได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการที่ตนต้องเสียบุคลิกภาพใบหน้าเสียโฉม  อันเป็นความทุกข์ทรมานซึ่งเป็นความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินตามมาตรา  446

(ข)  หนึ่งจะเรียกร้องให้สองร่วมรับผิดกับสี่ในความเสียหายอันเกิดกับรถยนต์ของตนไม่ได้เพราะข้อเท็จจริงเป็นกรณีที่หนึ่งสมัครใจรับความเสียหายด้วยการท้าแข่งรถ  จึงถือว่าเป็นความยินยอมตามหลัก  Volente  Non  Fit  Injuria  (ความยินยอมไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย  หรือไม่ทำให้เป็นละเมิด)  และเมื่อหนึ่งไม่อาจฟ้องร้องสี่ได้  หนึ่งก็ไม่อาจฟ้องร้องสองซึ่งเป็นนายจ้างของสี่ลูกจ้างให้ร่วมกันรับผิดตามมาตรา  425 ได้สรุป 

(ก)  สองสามารถเรียกให้หนึ่งและสามรับผิดในการที่หน้าเสียโฉมได้ในฐานะผู้ร่วมกันทำละเมิด  ตามมาตรา  446  ประกอบ  432

(ข)  หนึ่งเรียกร้องให้สองร่วมรับผิดกับสี่ไม่ได้  เพราะเป็นความยินยอมรับความเสียหายเอง

Advertisement