LAW2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด S/2555

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2555

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2003  

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

Advertisement

ข้อ  1  ตู่เป็นเพื่อนกับอู๋ซึ่งพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าเดียวกัน  วันหนึ่งตู่ควงนางสาวอ้อยมาแนะนำแก่อู๋ว่า  “นางสาวอ้อยกับฉันเป็นแฟนกัน”  อู๋ไม่พอใจเพราะแอบชอบนางสาวอ้อยอยู่ก่อน  อู๋จึงไปกระซิบต่อนางต้อยซึ่งเป็นมารดาของนางสาวอ้อยโดยใส่ความว่า  “ตู่เป็นเกย์”  พร้อมกับอ้างว่านางต้อยเป็นมารดาต้องมีทางได้เสียโดยชอบในเรื่องเช่นนี้  ตนจึงได้นำความมาบอก  ต่อมานางต้อยซึ่งเชื่อข้อความดังกล่าว  จึงได้เล่าต่อให้นางสาวอ้อยว่าตู่เป็นเกย์

ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า  ตู่จะเรียกร้องให้อู๋และนางต้อยรับผิดในความเสียหายต่อชื่อเสียงได้หรือไม่  อย่างไร

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  423  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง  เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี  ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ  อันเกิดแต่การนั้น  แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง  แต่หากควรจะรู้ได้

ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง  หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว  ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

วินิจฉัย

หลักเกณฑ์ความรับผิดเพื่อละเมิดตามมาตรา  423  วรรคแรก  (หมิ่นประมาททางแพ่ง)  มีดังนี้

1       เป็นการกล่าวหรือไขข่าวข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง

2       ทำให้แพร่หลาย  กล่าวคือ  กระทำต่อบุคคลที่สามคนเดียวก็ถือว่าแพร่หลายแล้ว  โดยบุคคลที่สามต้องสามารถเข้าใจคำกล่าวหรือการไขข่าวนั้นได้

3       มีความเสียหายต่อชื่อเสียง  เกียรติคุณ  ทางทำมาหาได้  หรือทางเจริญของบุคคลอื่น

4       มีความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผล

กรณีตามอุทาหรณ์  การที่อู๋ได้กล่าวข้อความต่อนางต้อยโดยใส่ความว่า  “ตู่เป็นเกย์”  ถือได้ว่าเป็นการกล่าวข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง ซึ่งจะทำให้บุคคลอื่นคือตู่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณ  หรือแก่ทางทำมาหาได้  และผลที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับการกระทำของอู๋  ดังนั้นอู๋จึงต้องรับผิดต่อตู่ในผลแห่งการทำละเมิดนั้น  ตามมาตรา  423  วรรคแรก

ส่วนกรณีที่นางต้อยได้นำข้อความที่ไม่จริงดังกล่าวนั้นไปเล่าต่อให้นางสาวอ้อยฟัง  ดังนี้  แม้นางต้อยมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง  ก็ถือว่านางต้อยได้ทำละเมิดต่อตู่ตามมาตรา  423  วรรคแรกเช่นเดียวกัน  แต่อย่างไรก็ตาม  นางต้อยสามารถอ้างข้อยกเว้นความรับผิดตามมาตรา  423  วรรคสองได้  เพราะเป็นกรณีที่นางต้อยส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง  และนางต้อยมีทางได้เสียโดยชอบในข่าวสารนี้  เพราะนางต้อยเป็นมารดาของนางสาวอ้อย  ย่อมเป็นห่วงบุตรสาวของตนในเรื่องคู่ครองของบุตร  ดังนั้น  นางต้อยจึงไม่ต้องรับผิดต่อตู่

สรุป  ตู่สามารถเรียกร้องให้อู๋รับผิดในความเสียหายต่อชื่อเสียงได้  แต่จะเรียกให้นางต้อยรับผิดไม่ได้

Advertisement