LAW2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด 2/2555

Advertisement

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2555

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2003 

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

Advertisement

ข้อ  1  เอกชัยเขียนอีเมล์ส่งไปให้สมศรีซึ่งเป็นลูกจ้างของตน  โดยเล่าว่าเฉิดโฉมเป็นคนทำลายชื่อเสียงของวิไลด้วยการนำภาพหลุดของวิไลไปอัพโหลดไว้บนอินเทอร์เน็ต  และได้ยุยงให้สมศรีไปแก้แค้นเฉิดโฉม  ดังนี้  หากว่าเฉิดโฉมได้ทำตามที่เอกชัยกล่าวไว้จริง  และทำให้สมศรีโกรธแทนวิไล  โดยได้นำสุนัขของวิไลไปเหยียบย่ำสวนดอกไม้ของเฉิดโฉม  ให้ท่านวินิจฉัยว่า

(ก)   เฉิดโฉมจะเรียกร้องให้เอกชัยรับผิดฐานหมิ่นประมาทต่อตนได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

(ข)  เฉิดโฉมจะเรียกร้องให้เอกชัย  สมศรี  และวิไล  ร่วมรับผิดจากการที่สุนัขเหยียบย่ำสวนดอกไม้เสียหายได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  420  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ  ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี  แก่ร่างกายก็ดี   อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี  ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี  ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

มาตรา  423  วรรคแรก  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง  เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี  หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี  ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ  อันเกิดแต่การนั้น  แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง  แต่หากควรจะรู้ได้

มาตรา  425  นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด  ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

มาตรา  432  ถ้าบุคคลหลายคนก่อให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นโดยร่วมกันทำละเมิด  ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น  ความข้อนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่ไม่สามารถสืบรู้ตัวได้แน่ว่าในจำพวกที่ทำละเมิดร่วมกันนั้น  คนไหนเป็นผู้ก่อให้เกิดเสียหายนั้นด้วย

อนึ่ง  บุคคลผู้ยุยงส่งเสริมหรือช่วยเหลือในการทำละเมิด  ท่านก็ให้ถือว่าเป็นผู้กระทำละเมิดร่วมกันด้วย

มาตรา  433  วรรคแรก  ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์  ท่านว่าเจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ  อันเกิดแต่สัตว์นั้น  เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่นหรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  วินิจฉัยได้ดังนี้  คือ

(ก)   ตามบทบัญญัติมาตรา  423  วรรคแรกนั้น  การกล่าวหรือการไขข่าวอันจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท  จะต้องเป็นการกล่าวหรือไขข่าวข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง  หากเป็นการกล่าวหรือไขข่าวข้อความอันเป็นความจริงแล้ว  แม้จะทำให้แพร่หลายต่อบุคคลที่สาม  และเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติคุณ  ทางทำมาหาได้  หรือทางเจริญของบุคคลอื่น  ผู้ที่กล่าวหรือไขข่าวข้อความนั้นย่อมไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

ตามข้อเท็จจริง  การที่เอกชัยส่งอีเมล์ไปให้สมศรีลูกจ้างของตน  ด้วยการเล่าว่าเฉิดโฉมเป็นคนทำลายชื่อเสียงของวิไลด้วยการนำภาพหลุดของวิไลไปอัพโหลดไว้บนอินเทอร์เน็ตนั้น  ถือว่าการกระทำของนายเอกชัยเข้าลักษณะของการไขข่าวต่อบุคคลที่สามแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม  แม้ว่าการกระทำนั้นจะเป็นการไขข่าวต่อบุคคลที่สามและเข้าหลักเกณฑ์ข้ออื่นที่ว่าเป็นการทำให้แพร่หลาย  เพราะข้อความได้ล่วงรู้ถึงบุคคลที่สามคือสมศรีแล้ว  และข้อความนั้นทำให้เกิดความเสียหายแก่เฉิดโฉม  โดยทำให้เสียชื่อเสียงเกียรติคุณ  ทางทำมาหาได้  และความเจริญของเฉิดโฉมก็ตาม  แต่เมื่อปรากฏว่าการไขข่าวต่อบุคคลที่สามของเอกชัยนั้น  เป็นการไขข่าวข้อความอันเป็นความจริง  เอกชัยจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา  423  วรรคแรก  ดังนั้นเฉิดโฉมจะเรียกร้องให้เอกชัยรับผิดฐานหมิ่นประมาทต่อตนไม่ได้

(ข)   เฉิดโฉมจะเรียกร้องให้เอกชัย  สมศรี  และวิไลร่วมรับผิดจากการที่สุนัขเหยียบย่ำสวนดอกไม้เสียหายได้หรือไม่  แยกพิจารณาได้ดังนี้

กรณีเอกชัย  การที่นายเอกชัยเขียนอีเมล์ส่งไปให้สมศรี  และได้ยุยงให้สมศรีไปแก้แค้นเฉิดโฉมนั้น  ถือเป็นการยุยงให้ผู้อื่นกระทำละเมิดตามมาตรา  432  วรรคสอง  เมื่อปรากฏว่าสมศรีได้กระทำละเมิดต่อเฉิดโฉม  โดยการนำสุนัขของวิไลไปเหยียบย่ำสวนดอกไม้ของเฉิดโฉม  นายเอกชัยจึงถือเป็นผู้ร่วมกระทำละเมิดด้วย  ดังนั้น  เฉิดโฉมจึงเรียกร้องให้นายเอกชัยซึ่งเป็นนายจ้างของสมศรีรับผิดร่วมกับสมศรีได้ตามมาตรา  432  วรรคแรก  กรณีมิใช่ความผิดในฐานะนายจ้างตามมาตรา  425  เพราะกรณีนี้สมศรีซึ่งเป็นลูกจ้างมิได้กระทำละเมิดไปในทางการที่จ้าง

กรณีของสมศรี  การที่สมศรีเชื่อนายเอกชัยและโกรธแทนวิไลจึงให้สุนัขของวิไลไปเหยียบย่ำสวนดอกไม้ของเฉิดโฉมนั้น  ถือเป็นการกระทำโดยจงใจต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย  ทำให้เขาเสียหายแก่ทรัพย์สินและผลที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับการกระทำดังกล่าว  จึงถือว่าสมศรีได้กระทำละเมิดต่อเฉิดโฉมตามมาตรา  420  โดยใช้สุนัขของวิไลเป็นเครื่องมือในการกระทำละเมิด  ดังนั้นเฉิดโฉมจึงเรียกให้สมศรีรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นได้  กรณีมิใช่มาตรา  433  อันจะถือว่าสมศรีผู้รับเลี้ยงรับรักษาสัตว์นั้นไว้จะต้องรับผิดแต่อย่างใด  เพราะกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องความเสียหายอันเกิดจากสัตว์  แต่เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของสมศรีโดยใช้สัตว์เป็นเครื่องมือในการทำละเมิดตามมาตรา  420

กรณีของวิไล  เมื่อปรากฏว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเฉิดโฉมนั้นไม่ใช่ความเสียหายอันเกิดจากสัตว์ซึ่งเจ้าของคือ  วิไลจะต้องรับผิดตามมาตรา  433  และเมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้  วิไลไม่ทราบเรื่องและไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย  วิไลจึงไม่ต้องร่วมรับผิดด้วยแต่อย่างใด

สรุป

(ก)    เฉิดโฉมจะเรียกร้องให้เอกชัยรับผิดฐานหมิ่นประมาทต่อตนไม่ได้

(ข)   เฉิดโฉมจะเรียกร้องให้เอกชัยและสมศรี  ร่วมรับผิดจากการที่สุนัขเหยียบย่ำสวนดอกไม้เสียหายได้  แต่จะเรียกร้องให้วิไลร่วมรับผิดด้วยไม่ได้

Advertisement