LAW1003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมสัญญา ภาคฤดูร้อน/2552

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2552

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW1003 

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1.   นายเอกและนายโทสมรู้กันแสดงเจตนาหลอก ๆ ว่านายเอกซื้อรถยนต์คันหนึ่งจากนายโทราคา 800,00 บาท โดยนายโทได้ส่งมอบรถยนต์นั้นให้แก่นายเอก แต่มิได้ชำระราคากันจริง ต่อมาอีกหนึ่งเดือนนายเอกได้ให้รถยนต์คันนั้นแก่นางสาวตรีโดยเสน่หา โดยนางสาวตรีไม่ทราบและไม่มีเหตุอันควรทราบว่านายเอกมิได้ซื้อรถยนต์คันนั้นจากนายโทจริง ๆ

เมื่อ รับมอบรถยนต์มาแล้วนางสาวตรีได้นำรถยนต์คันนั้นไปแข่งขันกับเพื่อนบน ถนนหลวงด้วยความประมาทเลินเล่อจึงประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียหายยับเยิน แม้ว่านางสาวตรีจะปลอดภัย แต่ก็ต้องเสียเงินค่าซ่อมรถยนต์ไปจำนวน 400,000 บาท อีก 15 วัน ต่อมานายโททราบว่านายเอกเอารถยนต์ไปให้แก่นางสาวตรี

นายโทจึงบอกกล่าวให้นางสาวตรีส่งรถยนต์คืนแก่ตนโดยอ้างว่าตนมิได้ขายรถยนต์คันนั้นให้แก่นายเอกจริง ๆ รถยนต์คันนั้นยังเป็นของตน นางสาวตรีไม่ยอมส่งรถยนต์คืนแก่นายโทโดยอ้างว่าตนได้รับรถยนต์มาโดยสุจริตและต้องเสียค่าซ่อมรถยนต์คันดังกล่าวไปจำนวนมาก ให้ท่านวินิจฉัยว่านางสาวตรีจะต้องส่งรถยนต์คืนแก่นายโทหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแงและพาณิช

มาตรา 155 วรรคแรก การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะ แต่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำโดยสุจริต และต้องเสียหายจาการแสดงเจตนาลวงนั้นมิได้

วินิจฉัย

โดยหลัก การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง มีผลในกฎหมายตามมาตรา 155 วรรคแรก คือ ตกเป็นโมฆะ ไม่ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณีแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ถ้าบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย กฎหมายคุ้มครองบุคคลภายนอกโดยบัญญัติห้ามมิให้บุคคลใด ๆ ยกความเป็นโมฆะของการแสดงเจตนาลวงขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก ซึ่งเป็นผู้ (1) กระทำการโดยสุจริต และ(2)ต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้น

 กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายเอกและนายโทได้สมรู้กันแสดงเจตนาลวงว่า นายเอกซื้อรถยนต์คันหนึ่งจากนายโท การแสดงเจตนาลวงระหว่างนายเอกนายโทจึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา 155 วรรคแรกตอนต้น ดังนั้นย่อมมีผลทำให้รถยนต์คันดังกล่าวยังคงเป็นของนายโท

การที่นายเอกได้ให้รถยนต์คันนั้นแก่นางสาวตรีโดยเสน่หา และนางสาวตรีได้รับมอบรถยนต์ไว้โดยไม่ทราบและไม่มีเหตุอันควรทราบว่านายเอกมิได้ซื้อรถยนต์คันนั้นจากนายโทจริง ๆ ดังนี้ย่อมถือว่านางสาวตรีซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้กระทำโดยสุจริต

แต่อย่างไรก็ตาม กรณีที่บุคคลภายนอกจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายนั้น บุคคลภายนอกจะต้องได้กระทำโดยสุจริต และต้องได้รับความเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้น(มาตรา 155 วรรคแรกตอนท้าย) แต่กรณีตามอุทาหรณ์ แม้ว่านางสาวตรีจะได้กระทำการโดยสุจริต คือได้รับมอบรถยนต์คันนั้นจากนายเอกโดยไม่ทราบถึงการแสดงเจตนาลวงระหว่างนาย เอกและนายโทก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นางสาวตรีได้รับรถยนต์มาโดยเสน่หา และความเสียหายที่เกิดกับนางสาวตรีที่ต้องจ่ายเงินค่าซ่อมรถยนต์ไปจำนวนมาก นั้นเป็นความเสียหายที่เกิดจากการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่อของนางสาวตรี เอง ไม่ถือว่าเป็นความเสียหายอันเกิดจากการแสดงเจตนาลวงแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อนางสาวตรีไม่ได้รับความเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงจึงไม่ได้รับ ความคุ้มครองตามกฎหมายมาตรา 155 วรรคแรกตอนท้าย เมื่อนายโทบอกกล่าวให้นางสาวตรีส่งรถยนต์คืนแก่ตน นางสาวตรีจึงต้องส่งรถยนต์ให้แก่นายโท 

สรุป   นางสาวตรีต้องส่งรถยนต์คันนั้นคืนให้แก่นายโท