LAW 2004 กฎหมายรัฐธรรมนูญและสถาบันการเมือง 2/2555

Advertisement

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2555

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2004 กฎหมายรัฐธรรมนูญและสถาบันการเมือง 

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  แนวคิดทฤษฎีว่าด้วยอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน  และทฤษฎีที่ว่าด้วยอำนาจอธิปไตยเป็นของชาติหมายถึงอะไร  และมีผลในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญที่แตกต่างกันอย่างไร  และตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันได้นำแนวคิดทฤษฎีดังกล่าวมาบัญญัติไว้หรือไม่  อย่างไร  ขอให้ท่านอธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ

Advertisement

ธงคำตอบ

ทฤษฎีว่าด้วยอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน  นั้นมาจากแนวคิดว่าอำนาจอธิปไตยเป็นอำนาจศักดิ์สิทธิ์  ซึ่งมีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน  เป็นทฤษฎีที่เสนอโดย  รุสโซ  (Rousseau)  ในวรรณกรรมชื่อ  “สัญญาประชาคม”  (Social  Contract)  โดยรุสโซ  เชื่อว่า  “สังคมเกิดขึ้นเพราะราษฎรในสังคมสมัครใจสละสภาพธรรมชาติอันเสรีของตน  เพื่อมาทำสัญญาประชาคมขึ้น  สังคมจึงเกิดจากการสัญญามิใช่การข่มขู่บังคับ  ดังนั้นราษฎรทุกคนจึงมีส่วนเป็นเจ้าของสังคมหรืออำนาจอธิปไตย  มิใช่พระเจ้าหรือกษัตริย์ที่เป็นเจ้าของดั่งที่อธิบายกันมาตลอด”  ตัวอย่างที่รุสโซอ้างก็คือ  “สังคมหนึ่งมีสมาชิก  10,000  คน  สมาชิกแต่ละคนย่อมเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยคนละ  1/10,000  ดังนั้น ราษฎรแต่ละคนจึงมีส่วนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตามส่วนของตน  โดยไม่มีใครสามารถอ้างความเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยทั้งหมดได้

จากทฤษฎีดังกล่าวได้ก่อให้เกิดผลทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ  คือ

1       ราษฎรแต่ละคนมีสิทธิที่จะเลือกผู้ปกครอง  เพื่อเป็นการแสดงออกซึ่งส่วนแห่งอำนาจตน  อันนำมาสู่หลักการคือ  “การเลือกตั้งอย่างทั่วถึง”  เพราะถือว่า  การเลือกตั้งเป็นสิทธิของทุกคน  มิใช่หน้าที่จึงไม่อาจมีการจำกัดสิทธิได้  ดังที่รุสโซ  กล่าวว่า  “สิทธิเลือกตั้งเป็นสิทธิที่ไม่มีอะไรที่จะมาพรากจากประชาชนได้”

2       การมอบอำนาจของราษฎรให้ผู้แทนเป็นการมอบอำนาจในลักษณะที่ผู้แทนต้องอยู่ภายใต้อาณัติของราษฎรผู้เลือกตั้ง

ทฤษฎีว่าด้วยอำนาจอธิปไตยเป็นของชาติ  นั้นหมายถึง  แนวคิดที่ว่าอำนาจอธิปไตยนั้นมีอยู่ในตัวของมนุษย์  และมนุษย์ได้ทำสัญญาหรือก่อพันธะผูกพันกันโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายว่าจะโอนอำนาจอธิปไตยที่ตนมีอยู่ให้แก่สังคม  และสังคมที่ว่านี้ก็คือชาตินั่นเอง

จากทฤษฎีดังกล่าวก่อให้เกิดผลตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ  คือ

1       ชาติเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยไม่ใช่ปวงชนหรือราษฎร  อำนาจเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ชาติมอบให้แก่ราษฎรในฐานะเป็นองค์กรที่มีหน้าที่เลือกผู้แทนของชาติ  ดังนั้นการเลือกตั้งของราษฎรจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่มิใช่การใช้สิทธิ  ชาติจึงมีสิทธิที่จะต้องมอบอำนาจเลือกตั้งให้ราษฎรที่เห็นว่าเหมาะสมได้  การเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องเป็นแบบทั่วถึง  มีการจำกัดสิทธิการเลือกตั้งได้

2       คนแต่ละคนไม่ได้เป็นผู้แทนของราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งที่เลือกตนเท่านั้น  ผู้แทนทั้งหมดถือเป็นผู้แทนของชาติและไม่อยู่ภายใต้อาณัติของราษฎรผู้เลือกตั้ง

และตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯฉบับปัจจุบัน  ได้นำทฤษฎีทั้งสองมาบัญญัติไว้ร่วมกัน  เช่น  ในมาตรา  3  บัญญัติว่า  “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย”  ก็เท่ากับยอมรับทฤษฎีว่าด้วยอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน  และในขณะเดียวกันตามมาตรา  72  บัญญัติว่า “บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและบุคคลซึ่งไม่ไปใช้สิทธิโดยไม่แจ้งเหตุอันสมควรที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิได้  ย่อมเสียสิทธิตามที่กฎหมายบัญญัติ”  จึงเท่ากับเป็นการยอมรับทฤษฎีอำนาจอธิปไตยเป็นของชาติ  เป็นต้น

Advertisement