LAW 2004 กฎหมายรัฐธรรมนูญและสถาบันการเมือง 1/2555

Advertisement

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2555

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2004 กฎหมายรัฐธรรมนูญและสถาบันการเมือง

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายดำถูกตำรวจจับกุมตัวดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท  3  ต่อมาพนักงานอัยการฟ้องนายดำต่อศาลอาญา นายดำให้การปฏิเสธ  ระหว่างถูกดำเนินคดีนายดำไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว  และในการควบคุมตัวนายดำมาที่ศาล  เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ตีโซ่ตรวนนายดำ  นายดำอ้างว่าการตีโซ่ตรวนตนเป็นการกระทำที่ขัดต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  เป็นการกระทำของเจ้าพนักงานที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550  มาตรา  26  ที่บัญญัติว่า

Advertisement

“การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร  ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  สิทธิและเสรีภาพตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้”  นอกจากนี้ในการพิจารณาคดีนายดำยังอ้างว่า  พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  พ.ศ.2522  มาตรา  20  วรรคท้าย  ที่บัญญัติว่า  “การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท  3  เกินจำนวนที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ 

ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย”  เป็นข้อสันนิษฐานกฎหมายที่สันนิษฐานว่านายดำเป็นผู้กระทำความผิด  จึงเป็นบทบัญญัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550  มาตรา  39  วรรคสอง  ที่บัญญัติว่า  “ในคดีอาญา  ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด”  นายดำจึงขอให้ศาลอาญาส่งประเด็นซึ่งเป็นข้อต่อสู้ทั้งสองประเด็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  ท่านเห็นว่า  ศาลอาญาควรส่งปัญหาทั้งสองประเด็นนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550

มาตรา  6  “รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ  บทบัญญัติใดของกฎหมาย  กฎ  หรือข้อบังคับ  ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้

มาตรา  211  วรรคหนึ่ง  “ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด  ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา  6  และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น  ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นตามทางการเพื่อศาลรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาวินิจฉัย  ในระหว่างนั้นให้ศาลดำเนินการพิจารณาต่อไปได้  แต่ให้รอการพิพากษาคดีไว้ชั่วคราว  จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ”

วินิจฉัย

ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ  พ.ศ.2550  มาตรา  211  วรรคแรก  กรณีที่ศาลจะส่งความเห็นหรือข้อโต้แย้งเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยนั้น  จะต้องเป็นกรณีที่ศาลเห็นเองหรือคู่ความได้โต้แย้งว่า  บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา  6

กรณีตามอุทาหรณ์  ศาลอาญาควรส่งปัญหาทั้งสองประเด็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่  แยกพิจารณาได้ดังนี้  คือ

ประเด็นที่  1  การที่นายดำอ้างว่าการตีโซ่ตรวนของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นั้น  เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ  ไม่ได้เป็นการอ้างว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับแก่คดีขัดต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา  211  ดังนั้น  การที่นายดำได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาส่งประเด็นซึ่งเป็นข้อต่อสู้ของตนไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยนั้น  ศาลอาญาจึงไม่ควรส่งปัญหาประเด็นนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ประเด็นที่  2  การที่นายดำอ้างว่า  พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  พ.ศ.2522  มาตรา  20  วรรคท้าย  เป็นบทบัญญัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญฯ  พ.ศ.2550  มาตรา  39  วรรคสอง  นั้นถือว่าเป็นการอ้างว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับแก่คดี  ขัดต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา  211  ดังนั้นการที่นายดำได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาส่งประเด็น  ซึ่งเป็นข้อต่อสู้ของตนไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยนั้น  ศาลอาญาจึงต้องส่งปัญหาประเด็นนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

สรุป  ศาลอาญาจะต้องส่งปัญหาเฉพาะประเด็นที่  2  ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  ส่วนปัญหาประเด็นที่  1  ไม่ต้องส่งตามมาตรา  211

Advertisement