LAW 2004 กฎหมายรัฐธรรมนูญและสถาบันการเมือง S/2554

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2554

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2004 กฎหมายรัฐธรรมนูญและสถาบันการเมือง

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1 

Advertisement

(ก)   การเลือกตั้งมิใช่สัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตย  แต่เป็นเพียงกระบวนการหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น  และการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยก็มีอยู่หลายแบบแล้วแต่ว่าประเทศใดจะนำแบบใดไปใช้

การเลือกตั้งแบบสองรอบเสียงข้างมากก็เป็นวิธีการเลือกตั้งแบบหนึ่งที่ใช้กันอยู่ในประเทศต่างๆ  ให้นักศึกษาอธิบายว่าการเลือกตั้งแบบสองรอบเสียงข้างมากเป็นอย่างไร  มีวิธีการเลือกตั้งอย่างไร

(ข)  ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา  และขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ  และมีแนวโน้มว่าอาจจะมีการแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องของอำนาจนิติบัญญัติในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา  นักศึกษาจงอธิบายวิวัฒนาการที่มาของวุฒิสภาตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับแรกถึงปัจจุบันว่ามีวิวัฒนาการมาอย่างไร

ธงคำตอบ

(ก)   การเลือกตั้งแบบเสียงข้างมาก  คือวิธีการเลือกตั้งซึ่งในการเลือกตั้งในรอบที่หนึ่งนั้น  หากมีผู้สมัครคนใดได้รับเลือกตั้งโดยมีคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งเกินกว่ากึ่งหนึ่ง  (50% + 1)  ของผู้ที่มาใช้สิทธิลงคะแนน  ผู้สมัครคนนั้นก็จะได้รับเลือกตั้งเลย

แต่ถ้าในการเลือกตั้งในรอบแรกไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน  ก็จะต้องมีการเลือกตั้งในรอบที่สอง  โดยในการเลือกตั้งในรอบที่สองจะมีผู้สมัครเหลือเพียงสองคน  คือ  คนที่ได้รับคะแนนสูงสุดคนแรกจากการเลือกตั้งในรอบที่หนึ่งเท่านั้น  ส่วนคนอื่นๆจะไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งในรอบที่สอง  ซึ่งในการเลือกตั้งในรอบที่สองนี้ผู้สมัครคนใดได้รับเลือกตั้งโดยมีคะแนนเสียงข้างมากของผู้ที่มาใช้สิทธิลงคะแนน  ผู้สมัครคนนั้นก็จะเป็นผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง

(ข)  วิวัฒนาการที่มาของวุฒิสภา

รัฐธรรมนูญฉบับที่  1  รัฐธรรมนูญฯ (ชั่วคราว)  พ.ศ.2475  ได้กำหนดให้มีสภาเดียว  คือ  สภาผู้แทนราษฎร  ยังไม่มีวุฒิสภา

รัฐธรรมนูญฉบับที่  2  รัฐธรรมนูญฯ  พ.ศ.2475  ได้กำหนดให้มีสภาเดียวเช่นเดิม  คือ  สภาผู้แทนราษฎร  แต่ให้มีสมาชิก  2  ประเภท  โดยสมาชิกประเภทที่  2  มาจากการแต่งตั้ง  (ยังไม่เรียกว่าวุฒิสภา)

รัฐธรรมนูญฉบับที่  3  รัฐธรรมนูญฯ  พ.ศ.2489  ได้กำหนดให้มี  2  สภา  คือ  สภาผู้แทนราษฎรและพฤฒสภา  (ซึ่งปัจจุบันคือวุฒิสภา)  ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยอ้อม  ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการปกครองของประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย  ในระบบรัฐสภาที่กำหนดให้มีวุฒิสภา

รัฐธรรมนูญฉบับที่  4  รัฐธรรมนูญฯ (ชั่วคราว)  พ.ศ.2490  ได้กำหนดให้มีสภานิติบัญญัติ  2  สภา  คือ  วุฒิสภากับสภาผู้แทนฯ  ซึ่งมาจากการแต่งตั้ง

รัฐธรรมนูญฉบับที่  5  รัฐธรรมนูญฯ  พ.ศ.2492  ได้กำหนดให้มี  2  สภา  เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญฉบับที่  4  คือ  มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา  ซึ่งมาจากการแต่งตั้ง

รัฐธรรมนูญฉบับที่  6  รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2495 ได้นำรัฐธรรมนูญฯฉบับที่  2  แก้ไขเพิ่มเติมกลับมาใช้ทำให้รัฐสภาเหลือเพียงสภาเดียวคือสภาผู้แทนราษฎร  ไม่มีวุฒิสภา

รัฐธรรมนูญฉบับที่  7 ธรรมนูญการปกครอง  พ.ศ.2502  ได้กำหนดให้มีสภาเพียงสภาเดียวคือ  “สภาร่างรัฐธรรมนูญ”  ซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์  โดยให้มีหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญและให้มีฐานะเป็นรัฐสภาทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติด้วย

รัฐธรรมนูญฉบับที่  8  รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2511  ได้กำหนดให้มี  2  สภาอีกครั้ง  คือ  สภาผู้แทนราษฎร  และวุฒิสภา  โดยวุฒิสภานั้นให้มาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์

รัฐธรรมนูญฉบับที่  9 ธรรมนูญการปกครองฯ  พ.ศ.2515  ได้กำหนดให้มีสภาเดียวอีกครั้งเรียกว่า  “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ”  ซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์

รัฐธรรมนูญฉบับที่  10  รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2517  ได้บัญญัติให้มีระบบ  2  สภา  คือ  สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา  ซึ่งวุฒิสภามาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์

รัฐธรรมนูญฉบับที่  11  และฉบับที่  12  รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2519  และธรรมนูญการปกครองฯ  พ.ศ.2520  ได้กำหนดให้มีสภาเดียว  โดยรัฐธรรมนูญฉบับที่  11  เรียกว่า  “สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน”  และรัฐธรรมนูญฉบับที่  12  เรียกว่า  “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ”  ซึ่งสมาชิกมาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์

รัฐธรรมนูญฉบับที่  13  รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2521  ได้กลับมากำหนดให้มี  2  สภาอีกครั้งหนึ่ง  คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา  และสมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์

รัฐธรรมนูญฉบับที่  14  รัฐธรรมนูญฯ (ชั่วคราว)  พ.ศ.2534  จะมีหลักการเดียวกับรัฐธรรมนูญฉบับที่  12  คือ  ให้มีสภาเดียว  คือ  “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ”  เพื่อมีหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญฉบับที่  15  รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2534  ได้กำหนดให้มี  2  สภา  คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา  โดยสมาชิกวุฒิสภาจะมาจากการแต่งตั้ง

รัฐธรรมนูญฉบับที่  16  รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2540  กำหนดให้มี  2  สภา  คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา  โดยสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดให้มาจากการเลือกตั้ง

รัฐธรรมนูญฉบับที่  17  รัฐธรรมนูญฯ  (ชั่วคราว)  พ.ศ.2549  กำหนดให้มีสภาเดียวคือ  “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ”  ซึ่งสมาชิกมาจากการแต่งตั้งทั้งหมดและให้ทำหน้าที่แทนรัฐสภา

รัฐธรรมนูญฉบับที่  18  (ฉบับปัจจุบัน)  รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2550  ได้กำหนดให้มี  2  สภา  เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญฯพ.ศ.2540  แต่จะแตกต่างกันตรงที่ว่า  สมาชิกวุฒิสภาจำนวน  150  คน  ให้มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ  1  คน  ส่วนที่เหลือให้มาจากการสรรหา

กล่าวโดยสรุป

1       วุฒิสภานั้นเริ่มมีเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญฉบับที่  3  (พ.ศ.2489)  เพียงแต่ยังไม่เรียกว่าวุฒิสภา  แต่เรียกว่า  พฤฒสภา เริ่มเรียกว่าวุฒิสภาตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับที่  4  เป็นต้นมา

2       ตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับที่  3  เป็นต้นมาจนถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน  จะมีการกำหนดให้มีวุฒิสภาไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ  (ยกเว้นเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับที่  6  (พ.ศ.2495)  เท่านั้นที่กำหนดให้มีเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร  โดยไม่ให้มีวุฒิสภา)  เพียงแต่ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใดกำหนดให้มีระบบ  2  สภา  ก็จะเรียกว่าวุฒิสภา  แต่ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใดกำหนดให้มีสภาเดียวก็จะไม่เรียกว่าวุฒิสภา  แต่จะเรียกว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ  หรือสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน  แล้วแต่กรณี

3       สมาชิกวุฒิสภาไม่ว่าจะมีจำนวนกี่คนก็ตาม  รัฐธรรมนูญส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ว่าให้มาจากการแต่งตั้ง  เว้นแต่รัฐธรรมนูญฯพ.ศ.2540  ได้กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดมาจากการเลือกตั้ง  และรัฐธรรมนูญฯฉบับปัจจุบัน (พ.ศ.2550)  ได้กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งและการสรรหา

Advertisement