LAW 2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2558

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด ฯลฯ

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. ณ คลองแสนแสบเกิดเหตุชุลมุนขึ้นเมื่อเกิดระเบิดจากเรือโดยสารที่ติดตั้งระบบแก๊สเอ็นจีวี ซึ่งทำให้ผู้โดยสารทุกคนรีบวิ่งขึ้นจากเรือเพื่อหนีตาย นางสาวแสนแสบอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวกระชากกระเป๋าถือของนางสาวแสนซื่อ ทำให้นางสาวแสนซื่อล้มลง และถูกเหยียบจากผู้โดยสารที่กำลังวิ่งหนีตายกันอยู่ นายแสนรักเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้ก้มลงไปคว้าตัวนางสาวแสนซื่อให้หลบพ้นจากอันตราย แต่กลับถูกเหยียบไปด้วย ทำให้นายแสนรักและนางสาวแสนซื่อถึงแก่ความตาย

Advertisement

ดังนี้ ให้ท่านวินิจฉัยว่า นางสาวแสนแสบจะต้องรับผิดต่อความตายของนายแสนรักและนางสาวแสนซื่อหรือไม่ อย่างไร

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 420 “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”

วินิจฉัย

การกระทำอันเป็นการละเมิดนั้นต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ตามมาตรา 420 ดังนี้

  1. บุคคลกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
  2. ทำต่อผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย
  3. มีความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด
  4. มีความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลของการกระทำ

ตามหลักของมาตรา 420 นั้น กรณีที่มีการทำละเมิดคือมีการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อต่อผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย และผู้ทำละเมิดจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ถูกทำละเมิดนั้น จะต้องปรากฏว่าผู้ถูกทำละเมิดจะต้องได้รับความเสียหายด้วย ซึ่งอาจจะเป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ แต่ที่สำคัญคือความเสียหายซึ่งเป็นผลที่เกิดจากการกระทำนั้น จะต้องมีความสัมพันธ์กับการกระทำละเมิดนั้นด้วย

ที่ว่าผลของการกระทำจะต้องมีความสัมพันธ์กับการกระทำนั้น หมายความว่า ผลของการกระทำหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องเป็นผลที่เกิดจากการกระทำของผู้ทำละเมิดด้วยนั่นเอง ซึ่งเป็นไปตามหลักที่ว่า “ถ้าไม่มีการกระทำ ความเสียหายย่อมไม่เกิด”

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นางสาวแสนแสบกระชากกระเป๋าถือของนางสาวแสนซื่อนั้น ถือว่านางสาวแสนแสบได้กระทำการอันเป็นการละเมิดต่อนางสาวแสนซื่อตามมาตรา 420 แล้ว เพราะเป็นการกระทำโดยจงใจต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย และแม้ว่าการกระทำของนางสาวแสนแสบจะเป็นการทำละเมิดต่อทรัพย์สินของนางสาวแสนซื่อก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า เมื่อนางสาวแสนแสบกระชากกระเป๋าถือของนางสาวแสนซื่อ ทำให้นางสาวแสนซื่อล้มลงและถูกเหยียบจากผู้โดยสารที่กำลังวิ่งหนีตายกันอยู่ เมื่อนายแสนรักเห็นเหตุการณ์จึงได้ก้มลงไปคว้าตัวนางสาวแสนซื่อให้พลบพ้นจากอันตรายแต่กลับถูกเหยียบไปด้วย ทำให้นายแสนรักและนางสาวแสนชื่อถึงแก่ความตาย ดังนั้น ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยจึงมีว่า นางสาวแสนแสบจะต้องรับผิดต่อความตายของนายแสนรักและนางสาวแสนซื่อหรือไม่

กรณีดังกล่าว จะเห็นได้ว่า เมื่อนางสาวแสนแสบได้ก่อเหตุแรกขึ้นแล้ว ก็ได้เกิดเหตุการณ์หลังเกิดขึ้นตามมาจนทำให้ในที่สุดนายแสนรักและนางสาวแสนซื่อต้องถึงแก่ควานตาย ซึ่งเหตุการณ์ภายหลังที่ถือว่าเห็นเหตุการณ์สอดแทรกนั้นยังไม่เป็นจุดตัดความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลของการกระทำออกจากกัน เนื่องจากช่องแห่งภัยยังไม่ขาดตอนลงไป ดังนั้น จึงยังคงถือได้ว่าผลที่เกิดขึ้นคือความตายของนายแสนรักและนางสาวแสนซื่อเป็นผลที่เกิดจากการกระทำของนางสาวแสนแสบ (ในตอนแรก) ตามหลักที่ว่า “ถ้าไม่มีการกระทำความเสียหายย่อมไม่เกิด” นางสาวแสนแสบจึงต้องรับผิดต่อความตายของนายแสนรักและนางสาวแสนซื่อ

สรุป นางสาวแสบแสบจะต้องรับผิดต่อความตายของนายแสนรักและนางสาวแสนซื่อ

Advertisement