LAW 2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2557

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2557

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด ฯลฯ

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายพงศ์เป็นเพื่อนกับนายสุขุมซึ่งมีอายุเท่ากันคือ 16 ปี และทั้งสองคนเป็นลูกจ้างของบริษัทปั๊มน้ำมันอิสุสุ โดยที่นางโฉมซึ่งเป็นมารดาของนายพงศ์และอยู่ต่างจังหวัดได้เช่าห้องชั้นสองของนางฉัตรให้นายพงศ์อยู่อาศัย วันเกิดเหตุ นายพงศ์ได้ชวนให้นายสุขุมพร้อมกับนายชาญมาทานอาหารที่ห้องของตน นายพงศ์ได้ขว้างกระป๋องน้ำอัดลมออกมาจากห้อง หล่นใส่ศีรษะของนายเอ ขณะที่นายสุขุมได้ออกมายืนที่ระเบียงบ้านและทำโทรศัพท์หล่นจากมือตกใส่รถยนต์ของนายบี ส่วนนายชาญต้องการหยอกล้อเด็กหญิงซีจึงได้ขว้างถุงพลาสติกใส่น้ำแข็งไปที่เด็กหญิงซี

Advertisement

หากข้อเท็จจริงเหล่านี้ นายเอ นายบี และเด็กหญิงซีไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ทำให้ตนเสียหาย และไม่มีใครยอมรับผิดชอบในความเสียหายนั้น ให้ท่านวินิจฉัยว่าใครเป็นผู้ต้องรับผิดในเหตุละเมิดนี้

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 420 “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”

มาตรา 425 “นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น”

มาตรา 429 “บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น”

มาตรา 430 “ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือบุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วคราวก็ดี จำต้องรับผิดร่วมกับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิดซึ่งเขาได้กระทำลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร”

มาตรา 436 “บุคคลผู้อยู่ในโรงเรือนต้องรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิดเพราะของตกหล่นจากโรงเรือนนั้น หรือเพราะทิ้งขว้างของไปตกในที่อันมิควร”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายพงศ์ได้ขว้างกระป๋องน้ำอัดลมออกมาจากห้องหล่นใส่ศีรษะของนายเอ นายสุขุมได้ทำโทรศัพท์หล่นจากมือตกใส่รถยนต์ของนายบี และนายชาญได้ขว้างถุงพลาสติกใส่น้ำแข็งไปที่เด็กหญิงซีนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายเอ นายบี และเด็กหญิงซีไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ทำให้ตนเสียหาย และไม่มีใครยอมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น กรณีดังกล่าวจะถือว่าการกระทำของนายพงศ์ นายสุขุม และนายชาญ เป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา 420 ไม่ได้

เมื่อการกระทำของนายพงศ์และนายสุขุมไม่เป็นการละเมิดตามมาตรา 420 ดังนั้น นางโฉมมารดาของนายพงศ์จึงไม่ต้องรับผิดตามมาตรา 429 เพราะตามมาตรา 429 ได้กำหนดให้มารดาของผู้เยาว์ต้องรับผิดร่วมกับผู้เยาว์ก็เฉพาะในกรณีที่ผู้เยาว์ได้ไปทำละเมิดต่อบุคคลอื่นและผู้เยาว์ต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิดนั้น

ส่วนบริษัทปั๊มน้ำมันอิสุสุซึ่งเป็นนายจ้างของนายพงศ์และนายสุขุมนั้น เมื่อไม่ปรากฏว่านายพงศ์และนายสุขุมซึ่งเป็นลูกจ้างได้ไปทำละเมิดและต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิดในทางการที่จ้างหรือในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของนายจ้าง ดังนั้นนายจ้างคือบริษัทปั๊มน้ำมันอีสุสุจึงไม่ต้องรับผิดตามมาตรา 425 และมาตรา 430

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่นายเอ นายบี และเด็กหญิงซีนั้น ไม่ได้เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทำละเมิดตามมาตรา 420 ดังนั้นจึงต้องถือว่าความเสียหายดังกล่าวเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะของตกจากโรงเรือนตามมาตรา 436 ซึ่งตามมาตรา 436นั้น ได้กำหนดให้ “บุคคลผู้อยู่ในโรงเรือน” ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดจากของตกจากโรงเรือนหรือเพราะทิ้งขว้างของไปตกในที่อันมิควร และตามข้อเท็จจริง เมื่อนางโฉมเป็นผู้เช่าห้องหลังดังกล่าวของนางฉัตร ย่อมถือว่านางโฉมเป็นบุคคลผู้อยู่ในโรงเรือน

ดังนั้น นางโฉมจึงต้องรับผิดในเหตุละเมิดดังกล่าว ส่วนนางฉัตรไม่ต้องรับผิดชอบแต่อย่างใด

สรุป นางโฉมเป็นบุคคลที่จะต้องรับผิดในเหตุละเมิดดังกล่าว

Advertisement